ชวนตรวจสุขภาพบ้าน
ดูแลแบบเฮลตี้ให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ

 ลองเปิดตาดู เปิดหูตั้งใจฟัง แล้วไล่สัมผัสส่วนต่างๆ ในบ้านดูว่า ตอนนี้บ้านของเรายังสุขภาพดีอยู่ไหม? 

เพราะ “บ้าน” ก็เหมือนร่างกายมนุษย์ที่มีอายุขัย ต้องหมั่นตรวจสุขภาพและดูแลอยู่เสมอ แม้ว่าจะเป็นจุดเล็กๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะอาด ความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจสะสมกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต

 วันนี้เราก็มีเช็กลิสต์รายการตรวจสุขภาพบ้านที่สามารถตรวจสอบเองได้ง่ายๆ หากพบปัญหาก็สามารถแจ้งผู้เชี่ยวชาญให้มาซ่อมแซมได้ทันก่อนปัญหาจะบานปลาย เช่น น้ำรั่วซึมจุดเล็กๆ หากปล่อยไว้นานก็อาจกระทบถึงโครงสร้าง ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการซ่อมแซม 

“การตรวจสุขภาพบ้าน” จึงเป็นเรื่องที่ดีที่เริ่มได้เลยตั้งแต่วันนี้ โดยเฉพาะบ้านที่มีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป เพราะนอกจากเรื่องสุขภาวะที่ดีแล้ว ความปลอดภัยในทุกการอยู่อาศัยก็สำคัญ ดังนั้น มาเริ่มดูแลบ้านของเรากันเถอะ!

ที่โครงการแสนสิริ เราให้ความสำคัญกับ Health and Well-being หรือสุขภาวะที่ดีแบบองค์รวมของลูกบ้าน ด้วยการดูแลโครงการให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ต้นไม้ สนามหญ้า คลับเฮาส์ ไปจนถึงภูมิทัศน์โดยรอบ เพื่อให้ลูกบ้านได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวัน 
 นอกจากนี้ Sansiri Home Care ยังมีบริการสุขภาพบ้านเชิงรุก (Home Check-up)* โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่โฮมแคร์ประจำโครงการ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ซึ่งจะตรวจสอบครอบคลุมทั้งงานโครงสร้าง เช่น พื้น ผนัง ฝ้า บันได ไปจนถึงประตู – หน้าต่าง งานระบบไฟฟ้า ระบบสัญญาณสื่อสาร ระบบประปาและสุขาภิบาล รวมถึงระบบดับเพลิงและเตือนภัย เพื่อให้บ้านของคุณคงความสมบูรณ์เหมือนวันแรกที่เข้าอยู่ สภาพดี ปลอดภัย และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม* ดูได้ที่นี่ คลิก! https://siri.ly/bDuMQa2

เช็กละเอียดด้วยตัวเองแบบเฉพาะจุด

 พื้นและผนัง

ผนัง: สังเกต “รอยร้าว” ตามมุมวงกบ ประตู – หน้าต่าง ลายงาตามผนัง หรือมีสีกระเทาะหลุดร่อน

พื้นกระเบื้อง: รอยบิ่น ร่อน หรือลองเช็กสัญญาณของกระเบื้องระเบิด โดยการเคาะแล้วจะมีเสียงโปร่ง

พื้นปูน: มีความชื้นสูง หยดน้ำเกาะ หรือน้ำซึมตามขอบ

 ฝ้าเพดาน

สังเกตรอยน้ำรั่วซึม หรือรอยด่างตามมุม โดยเฉพาะฝ้าแบบทีบาร์ (T-bar Ceiling) ยิ่งถ้าหากเห็นเป็นคราบเหลือง หรือเชื้อราแล้ว แสดงว่ามีการรั่วซึมสะสมให้รีบแจ้งช่างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยตรวจสอบโดยเร็ว

 วัสดุหรือเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้

ควรระวังเรื่อง “น้ำ” และ “ปลวก” จึงต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรวางเฟอร์นิเจอร์ไม้ใกล้จุดที่มีความชื้นสูง หรือใกล้บริเวณที่น้ำสาดถึง

เช็กความเสียหาย รอยแตกหัก ผุพัง โดยเฉพาะบริเวณพื้นหรือบันได

สังเกตในจุดที่มีความชื้นสูง เช่น มุมห้อง บัวไม้ หากเริ่มมีแมลงเม่า ได้ยินเสียงกรอบแกรบ หรือเห็นเศษขุยผงไม้ เป็นสัญญาณว่าบ้านกำลังถูกปลวกบุก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่จำกัดปลวกมาจัดการ

 เช็กระบบไฟฟ้า ทุก 1 – 3 เดือน เพื่อความปลอดภัยในบ้าน

ตรวจดูสภาพของสายไฟในบ้าน รวมถึงสวิตช์ และเต้ารับต่างๆ ว่ายังคงแน่น ไม่มีเสียงจี่ และยังอยู่ในสภาพดี

หมั่นตรวจสอบสภาพและการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าว่ายังทำงานปกติดี สายไฟไม่ขาด หรือมอเตอร์มีกลิ่นไหม้ โดยเฉพาะ “ปั๊มน้ำ” หากทำงานผิดปกติ เครื่องเดินตลอดเวลา อาจทำให้ปั๊มไหม้ได้

เช็กเบรกเกอร์และอุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติ (RCBO) หรือเซฟทีคัท ด้วยการกดปุ่ม Test เพื่อทดสอบการตัดไฟ ทุกๆ 1 – 3 เดือน

เมื่อกดแล้วคันโยกต้องดีดลงเพื่อตัดไฟทันที หากกดแล้วไม่ตัด หรือคันโยกไม่ดีดลง แสดงว่าอุปกรณ์เสื่อมสภาพ ให้รีบเปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัย รวมถึงสังเกตด้วยว่าตัวเบรกเกอร์มีรอยไหม้ หรือมีความร้อนสูงผิดปกติหรือไม่ขณะใช้งาน

เช็กระบบประปา ทุก 6 เดือน เพื่อสุขภาวะที่ดี

ตรวจสอบก๊อกน้ำ สายชำระ และฝักบัวทุกอันในบ้าน และดูการไหลของน้ำว่าแรงปกติ ไม่มีน้ำหยด หรือรั่วซึมที่บริเวณหัว

เช็กท่อแตกหรือน้ำรั่วซึม โดยลองปิดก๊อกน้ำทุกอัน แล้วเช็กมิเตอร์น้ำว่าหมุนอยู่ไหม หากยังหมุนอยู่ แสดงว่ามีจุดที่น้ำรั่ว ให้ติดต่อช่างมืออาชีพมาช่วยเช็กโดยด่วน

เช็กการทำงานและสำรวจการรั่วซึมของสุขภัณฑ์ โดยลองหยดสีผสมอาหารลงในถังพักน้ำ หากมีสีไหลลงมาในโถโดยที่ไม่ได้กดชำระ แสดงว่ามีจุดรั่วซึม

 ตรวจสอบจุดที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

ทำความสะอาดจุดสะสมฝุ่น เชื้อรา เชื้อโรค และรอบๆ บ้าน “ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน” เพื่อสุขอนามัยและสุขภาวะที่ดีในการอยู่อาศัย

ผ้าม่านและมุ้งลวด

ควรดูดฝุ่นหรือนำมาทำความสะอาดทุก 3 – 6 เดือน

 ห้องครัว

เช็กสายส่งแก๊สว่าไม่มีรอยแตก หรือหัวเตาไม่ตัน ยังทำงานได้ปกติ

หมั่นตักเศษอาหารในบ่อดักไขมัน ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน เพื่อป้องกันท่อตัน

เช็กที่เครื่องดูดควัน หมั่นทำความสะอาดเขม่า เพื่อการระบายอากาศที่ดี

 ห้องน้ำ

หมั่นทำความสะอาดหน้าตะแกรงและเก็บเศษผม เพื่อป้องกันท่อตัน

เช็กยาแนวกระเบื้องและขอบสุขภัณฑ์ ให้อยู่ในสภาพดี ไม่หลุดร่อน และทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค

รอบบ้าน

ต้นไม้ใหญ่: ตัดแต่งกิ่งทุก 6 เดือน

สนามหญ้า: ตัดหรือเล็มทุก 2 – 4 สัปดาห์

สำรวจดินทรุด โดยดูจากลักษณะของโพรงใต้บ้าน

เช็กจุดสำคัญตามฤดูกาล

เพื่อเตรียมพร้อมรับมือก่อนเกิดปัญหาประจำช่วงเวลาเหล่านั้น (ประมาณทุก 6 เดือน)

ก่อนฤดูฝน

เช็กการรั่วซึมจากผนัง ฝ้าเพดาน และหลังคา โดยสังเกตจากรอยหรือคราบน้ำ

ทำความสะอาดรางระบายน้ำ เก็บเศษใบไม้และดินสะสม เพื่อป้องกันการอุดตัน

เช็กขอบยางประตู – หน้าต่าง เพื่อป้องกันการรั่วซึมจากฝนที่สาดกระทบตัวบ้าน

 ก่อนฤดูร้อน

เช็กระบบระบายอากาศและความร้อนในบ้าน

ล้างแผ่นกรองอากาศทุกเดือน หรือทุกสัปดาห์ในช่วงฤดูฝุ่น

ล้างแอร์ครั้งใหญ่ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อความสะอาดและการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

 ตรวจสุขภาพบ้านใหญ่แบบละเอียดทุกจุด อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเลือกทีมช่างหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง งานระบบไฟฟ้า ระบบประปาและสุขภัณฑ์ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยในบ้าน เพื่อให้บ้านของเราคงอยู่ในสภาพดี แข็งแรง และคงทนอยู่กับเราไปนานๆ ค่ะ

 Sansiri Home Care

มีบริการสุขภาพบ้านเชิงรุก (Home Check-up)* โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่โฮมแคร์ประจำโครงการ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม เพื่อให้บ้านของคุณคงความสมบูรณ์เหมือนวันแรกที่เข้าอยู่ 

CONTRIBUTOR