ทุกคนเคยเป็นไหม? วันหยุดทั้งทีแต่ไม่รู้จะทำอะไร สุดท้ายก็จบที่การไถฟีดมือถือ แต่วันนี้เราขอพาทุกคนมาอัปเดตเทรนด์การใช้ชีวิตที่กำลังมาแรงสุดๆ อย่าง “Community Club” เทรนด์การรวมตัวของคนที่มีความชอบคล้ายกัน เพื่อเติมเต็มพลังแพชชันในวันหยุดไปด้วยกัน
เหมือนกับที่แสนสิริ เราเชื่อว่าการมีสังคมและสภาพแวดล้อมที่ดีคือหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิต จึงมีกิจกรรมเพื่อคอมมูนิตี้ที่ออกแบบและคิดมาอย่างดี เพื่อรองรับคนทุกกลุ่มที่มีความชอบแตกต่างกัน เช่น Behind the design x Thairath Plus, Running at Community, Sticker Behind The Design – Peace in Pieces, Sansiri BIGNIC และการเปิดตัวแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ใหม่อย่าง Lemon8 เป็นต้น
จากกระแสของรันคลับ (Run Club) ในช่วงปีที่ผ่านมา ได้ทลายภาพจำของการออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน และสร้างนิยามใหม่ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้าง “ชุมชน” ที่เหนียวแน่นและเปิดกว้าง ซึ่งในยุคที่คนเมืองต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันในหลายทาง คอมมูนิตี้ที่เริ่มต้นจากงานอดิเรกหล่านี้ จึงได้กลายเป็นเครื่องมือบำบัดสุขภาพกายและใจที่เข้าถึงง่ายและยังเป็นยาต้านความเหงาชั้นดี ช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มองหาความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว
ตอนนี้ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองไม่ได้หยุดอยู่ที่เดิมอีกต่อไป แต่มีคอมมูนิตี้ที่มีทั้งความแอคทีฟ ความสนุก และการได้เจอผู้คนใหม่ๆ มารวมไว้ในกิจกรรมเดียว แสนสิริเองเราก็อยากเป็นพื้นที่ที่เปิดให้ทุกคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ ที่มีกิจกรรมรองรับความชอบของคนหลายกลุ่มไว้ด้วยกันที่ “Sansiri Community” เพื่อชวนทุกคนออกมาขยับร่างกายและเจอเพื่อนใหม่ไปด้วยกัน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://siri.ly/WyCVJa1



Community Club คืออะไร? พาไปทำความเข้าใจ ‘พืน้ที่แห่งการรวมตัว’ ของคนยุคใหม่ไปด้วยกัน
Community Club คือ “พื้นที่แห่งการรวมตัว” ของคนที่มีแพสชันและไลฟ์สไตล์คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นสายแอคทีฟอย่างกลุ่ม Running at community 🏃 หรือสายชิลล์ที่ชอบนัดกันไปทำกิจกรรมง่ายๆ ซึ่งคอมมูนิตี้เหล่านี้กำลังกลายเป็นพื้นที่เซฟโซนที่ช่วยชาร์จพลังงานบวกได้อย่างยอดเยี่ยม เหมือนกับแสนสิริที่เราได้เปลี่ยน T77 Community ให้กลายเป็นเส้นทาง City Run สุดคูล ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้าง Well-Living Community ที่ไม่เพียงให้ผู้คนได้อยู่อาศัย แต่ยังได้ใช้ชีวิตอย่างสมดุลและมีความสุข
จากรายงานวิจัย Medium พบว่า คนกว่า 70% โดยเฉพาะ Gen Z ตัดสินใจเข้าร่วมคอมมูนิตี้เพราะอยากรู้สึก “เป็นส่วนหนึ่งของสังคม” ผ่านการพบปะผู้คนใหม่ๆ เช่น Gen Z ในยุโรปและอเมริกาเลือกเข้ารันคลับเพื่อหลีกเลี่ยงความโดดเดี่ยว ซึ่งชมรมวิ่งอย่าง Lululemon Run Club หรือ Midnight Runners มีสถิติว่าสมาชิกเกือบ 1 ใน 5 เคยออกเดทกับคนที่เจอในชมรมวิ่ง ซึ่งสูงกว่าการเจอผ่านแอปหาคู่ในบางกลุ่มตัวอย่าง
นอกจากนี้ยังมีเทรนด์การพักผ่อนแบบ “ปิกนิกในสวน” โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาการพักผ่อนที่แตกต่างจากการเดินห้างสรรพสินค้า หรือนั่งคาเฟ่แบบเดิมๆ เพื่อเติมพลังงานให้กับชีวิตท่ามกลางพื้นที่สีเขียว
และยังมีรายงานว่า 65% ของ Gen Z ต้องการให้โซเชียลมีเดียเน้นฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยชุมชน มากกว่าการเลื่อนดูฟีดไปเรื่อยๆ อีก 57% รู้สึกเชื่อมต่อกับผู้อื่นได้มากขึ้นผ่านแพลตฟอร์มที่เน้นการโต้ตอบที่จริงใจ เช่น การมาของแพลตฟอร์มใหม่อย่าง lemon8 ที่คอนเทนต์มักมาในรูปแบบป้ายยาหรือแชร์ทริคที่ใช้งานได้จริง ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเชื่อถือและตัดสินใจซื้อตามได้ง่าย เนื่องจากมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันสูง ทำให้สร้างคอมมูนิตี้คนคอเดียวกันได้ง่าย
เช่นเดียวกับเทรนด์ ASMR 🎧 ที่เปลี่ยนเสียงธรรมดาในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นเสียงบำบัดที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก อย่าง เสียงเคาะ เสียงกระซิบ ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ไปด้วย เช่น การติดสติ๊กเกอร์ เป็นต้น
มีรายงานจาก The Economist พบว่าปัจจุบันมีการขยายตัวอย่างมากของชมรมงานอดิเรกที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องของคนรุ่นก่อน แต่ตอนนี้กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิต โดยคนนิยมเข้าร่วมคลับเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า ในปี 2023 – 2025 เพราะมีส่วนช่วยลดภาวะ “Brain Rot” จากการเล่นมือถือเกินขนาดได้ ผลสำรวจระบุว่า 83% ของ Gen Z มองว่ากีฬาเป็นรูปแบบหนึ่งของการพักผ่อนหย่อนใจและดูแลสุขภาพจิต
ทำให้ Community Club ในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่สถานที่ออกกำลังกาย การใช้เวลาไปกับงานอดิเรกที่ชื่นชอบเพียงอย่างเดียว แต่ได้วิวัฒนาการไปสู่ศูนย์กลางการใช้ชีวิต ที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของคนยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม ทั้งในด้านสุขภาพ การทำงาน และสังคม

ประโยชน์ของการออกมาใช้ชีวิต ในคอมมูนิตี้เติมแพชชัน
ได้พบปะเพื่อนใหม่ที่มีความสนใจเดียวกัน
การอยู่ร่วมกับคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน เช่น กลุ่มวิ่ง, กลุ่มอ่านหนังสือ, กลุ่มคนชอบดื่มมัตจะ จะช่วยให้สร้างความสัมพันธ์ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ทำลายกำแพงความประหม่าจากการเป็นคนแปลกหน้าได้ดี รวมถึงได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เทคนิค หรือข้อมูลเชิงลึกเฉพาะทางในเรื่องที่สนใจ ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะและความสามารถได้อีกด้วย
นอกจากจะเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมแล้ว ยังเป็นสังคมที่เติมเต็มพลังใจและมิตรภาพที่มีคุณภาพได้ดีเช่นกันค่ะ
พัฒนาทักษะและประสบการณ์ใหม่
Community Club ในยุคนี้เป็นมากกว่าการหากิจกรรมทำยามว่าง แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งในด้านไลฟ์สไตล์ สังคม และการพัฒนาตัวเอง ผ่านการเชื่อมโยงงานอดิเรกเข้ากับสังคม ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง, การเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่, หรือการหาเพื่อนใหม่ ทำให้ชีวิตมีความสนุกและมีสีสันมากยิ่งขึ้น
พื้นที่ปลอดภัยในการสร้างชุมชนเฉพาะกลุ่ม
เนื่องจาก Community Club เปิดกว้างให้ทุกคนสามารเข้ามาร่วมกิจกรรมได้เสมอ โดยเป้าหมายคือการสร้างชุมชน การมีส่วนร่วม และความสัมพันธ์ที่ดีผ่านคนที่มีความสนใจร่วมกัน ทำให้กลุ่มคนที่มีความชอบเฉพาะกลุ่ม ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับสังคมได้ง่ายมากยิ่งขึ้น พื้นที่ตรงนี้จึงช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดีต่อการมีปฎิสัมพันธ์ของคนในสังคมได้
สุขภาพกายและจิตใจที่ดีขึ้น ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว
Community Club ช่วยในการสร้างสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้น พร้อมช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะในยุคที่คนส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการนั่งไถมือถือ ทำให้การรวมตัวกันของคนที่มีความชอบและไลฟ์สไตล์คล้ายกันช่วยลดความวิตกกังวล ความเครียด และความรู้สึกเหงา ยิ่งเป็นคลับที่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ก็ยิ่งช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าได้ดี
พื้นที่แบ่งปันความรู้และประสบการณ์
คลับเป็นเหมือนศูนย์กลางที่รวบรวมคนที่มีความสนใจเดียวกัน ทำให้ง่ายต่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล ทักษะ และมุมมองชีวิต ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลายตามไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบ ทำให้การเข้าร่วมคลับเหล่านี้ไม่เพียงแต่ได้ความรู้ แต่ยังช่วยสร้างมิตรภาพและคอนเนคชันใหม่ๆ ได้อีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก spring news, Urban Creature, เปี่ยมสุข

กิจกรรมที่น่าสนใจ ชวนให้ไปจอยได้ทุกวัน
Digital Detox Raves
เทรนด์การจัดปาร์ตี้แนวใหม่ที่เน้นเรื่อง สุขภาวะ (Wellness) โดยมีเป้าหมายหลักคือการให้ผู้เข้าร่วมได้ตัดขาดจากโลกดิจิทัลและกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ผ่านเสียงเพลงและการเต้นรำ มักมีการเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อให้ทุกคนสนุกกับงานได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถ่ายรูปหรือเช็กโซเชียลมีเดีย ช่วยลดความเครียดจากการถูกกระตุ้นด้วยโลกออนไลน์ตลอดเวลาได้
Soft Clubbing
เทรนด์การปาร์ตี้รูปแบบใหม่ในกลุ่ม Gen Z ที่เน้นความสนุกสนาน สังสรรค์ และปาร์ตี้ในช่วงเวลากลางวันหรือเย็น แทนการดื่มหนักตอนกลางคืน เน้นเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ (Sober Party) หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำ เพื่อให้สนุกได้โดยไม่เสียสุขภาพ มักจัดขึ้นในรูปแบบคาเฟ่และบาร์เล็กๆ เน้นการเชื่อมต่อกับผู้คนอย่างจริงใจ และดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรี
Coffee Rave
เทรนด์ปาร์ตี้ที่เปลี่ยนจากสังสรรค์กลางคืนด้วยแอลกอฮอล์ มาเป็นการดื่ม Specialty Coffee ได้รับความนิยมสูงในกลุ่ม Gen Z และสาย Sober-Curious ในประเทศฮ่องกงและฟิลิปปินส์ กับบรรยากาศผสมผสานดนตรีจังหวะสนุกสนาน แสงสี และคอมมูนิตี้คนรักกาแฟ ที่เน้นความสนุกแบบไม่เมาค้าง เป็นอีกพื้นที่ทางสังคมที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เชื่อมต่อ แลกเปลี่ยน และสร้างคอมมูนิตี้ผ่านวัฒนธรรมกาแฟและดนตรี
Rave, Rest, Repeat
การใช้ชีวิตที่ผสมผสานการปาร์ตี้เข้ากับการดูแลสุขภาพและการพักผ่อนอย่างจริงจังเพื่อสร้างความสมดุล ผ่านการให้ความสำคัญกับการนอนหลับ การทำสมาธิ หรือกิจกรรมฟื้นฟูร่างกาย เช่น Rave Spin Class หรือการเต้นตอนเช้าที่เน้นเสียงเพลงเบสหนักๆ เพื่อสร้างพลังงานด้วยกิจกรรมออกกำลังกายที่สนุกสนาน
Sober Curious
เทรนด์การสังสรรค์ยุคใหม่ที่เน้นความสนุกแบบไร้แอลกอฮอล์โดยไม่จำเป็นต้องหักดิบ แต่ทำเพื่อสุขภาพทางกายและจิตใจที่ดียิ่งขึ้น ทำให้ได้สังคมที่มีคุณภาพ และสนุกได้เต็มที่โดยไม่พึ่งแอลกอฮอล์ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพและต้องการปาร์ตี้อย่างสนุกสนาน แต่ยังสามารถรักสุขภาพไปได้ด้วย
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก The Offline Club, Eventbrite, The Standard Life, brandage, marie claire และ thairath

