ทุกคนสังเกตไหมคะว่า ช่วงนี้หลายทวีปทั่วโลกกำลังเผชิญกับอากาศร้อนจัด น้ำท่วมเฉียบพลัน หรือปัญหาสิ่งแวดล้อม อย่างในทวีปยุโรปที่กำลังเผชิญ “Heatwave” ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์
หลายประเทศในยุโรป เช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ สเปน อิตาลี และเยอรมนี เผชิญกับ Heat Dome ที่กักอุณหภูมิในช่วงกลางวันให้พุ่งสูงกว่า 40°C – 44°C โดยนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า หากไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น วิกฤตระดับนี้แทบจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย
ในขณะเดียวกัน ฝั่งเอเชียกำลังจะเผชิญกับเหตุการณ์ซุปเปอร์เอลนีโญ่ ที่อาจรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันออกจะพุ่งสูงทุบสถิติประวัติศาสตร์ลากยาวไปจนถึงต้นปีหน้า ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนจะลดต่ำลงกว่าเกณฑ์ปกติอย่างมาก ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและหมอกควันข้ามพรมแดน
ทำให้เห็นว่าโลกของเรากำลังส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤต และนี่คือเหตุผลหลักว่าทำไมคนรุ่นใหม่ทั่วโลกถึงเริ่มวิตกกังวลต่อกับภาวะที่เรียกว่า “Eco-Anxiety” หรือความวิตกกังวลต่อวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นสุขภาพจิตที่น่าจับตามองที่สุดในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z
คนรุ่นใหม่ในยุคนี้ จึงมองหาพื้นที่สีเขียวมากขึ้น แสนสิริเชื่อว่าบ้านควรเป็นเซฟโซนที่ดีที่สุดในการเยียวยาจิตใจ เราจึงออกแบบ “Sansiri Community” ให้เป็นพื้นที่ที่พร้อมเชื่อมโยงมนุษย์เข้ากับธรรมชาติอย่างลงตัว กับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เพื่อให้คุณได้พักสายตาและบำบัดจิตใจด้วยธรรมชาติในทุกๆ วัน เปรียบเสมือนพื้นที่สำหรับคลาย Eco-Anxiety ลดทอนความเครียด เพื่อเยียวยาธรรมชาติและเยียวยาจิตใจของพวกเราไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
ดูข้อมูล Sansiri Community เพิ่มเติม ที่นี่! https://siri.ly/HO2Jff7
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Associated Press, Washington Post, South China Morning Post (SCMP) และ Bangkok Post

เผยภาวะความวิตกของคนรุ่นใหม่จากสิ่งแวดล้อม
Eco-anxiety หรือ Climate anxiety คือภาวะความเครียดหรือวิตกกังวล จากการคิดถึงผลกระทบด้านวิกฤตสิ่งแวดล้อม ผ่านการเห็นภัยพิบัติ ความเปลี่ยนแปลง และการสูญเสีย ที่เชื่อมโยงกับความแปรปรวนทางธรรมชาติ โดยสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) ให้นิยามของอาการนี้ไว้ว่าเป็นความกลัวต่อหายนะทางสิ่งแวดล้อม อันเกิดจากการตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ รวมถึงความกังวลต่ออนาคตของตนเองและคนรุ่นต่อไป
จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน The Lancet Planetary Health ปี 2021 สำรวจผู้คน 10,000 คนทั่วโลก อายุ 16 – 25 ปี พบว่า 60% กังวลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอAากาศมากถึงมากที่สุด ขณะที่อีก 89% รู้สึกกังวลปานกลางถึงเล็กน้อย และมากกว่า 45% รู้สึกว่าโลกเดือดส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน มากกว่า 39% ของผู้ตอบแบบสอบถามในออสเตรเลีย บราซิล อินเดีย และฟิลิปปินส์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้พวกเขาลังเลที่จะมีลูก และกว่า 75% หวั่นกลัวอนาคต
ประกอบกับจากข้อมูล UNICEF ชี้ให้เห็นว่า เด็กเกือบทั้งโลกในปัจจุบันล้วนเคยประสบกับภัยพิบัติมาแล้ว ทำให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม และพยายามจะแก้ไขมากขึ้น ซึ่ง คาโรไลน์ ฮิกแมน (Caroline Hickman) นักจิตวิทยาและนักวิจัยด้านสภาพอากาศ ให้คำแนะนำไว้ว่า ไม่แปลกเลยที่คนรุ่นใหม่จะรู้สึกกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น นั่นเพราะพวกเขาเชื่อว่าวิกฤตจากภาวะโลกรวนเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อไม่ให้ปัญหานี้ส่งผลต่อรุ่นถัดไปอย่างที่เราเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างเข้าใจและมองโลกอย่างมีหวัง (Radical Hope) เสมอ
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก the momentum, a day magazine, thairath plus, the potential

เรียนรู้ความกังวลผ่าน ‘Climate Emotions Wheel’
ดร.ปานู ปิห์กาลา (Panu Pihkala) นักวิจัยเกี่ยวกับความวิตกกังวลต่อสิ่งแวดล้อมจาก University of Helsinki ประเทศฟินแลนด์ ได้นำเสนอเทคนิคจัดการอารมณ์ด้วย ‘วงล้ออารมณ์เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ’ (Climate Emotions Wheel) ซึ่งช่วยให้เราระบุอารมณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมได้
การเรียกชื่ออารมณ์ทำให้สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์สงบลงและทำให้เรากลับสู่สภาวะที่สมดุล ตามแนวคิดของจิตแพทย์ ดร.แดน ซีเกล (Dan Siegel) ที่เรียกว่า ‘Name it to Tame it’ โดยจุดประสงค์หลักของวงล้อนี้ ไม่ใช่การครอบคลุมอารมณ์ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ แต่มีไว้เพื่อช่วยให้บุคคลสามารถระบุและยอมรับความรู้สึกของตนเองที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ ซึ่งวงล้อนี้จะแบ่งกลุ่มอารมณ์ออกเป็น 4 หมวดหลัก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ความรู้สึกเชิงลบที่สร้างความตึงเครียด ไปจนถึงความรู้สึกเชิงบวกที่นำไปสู่การลงมือทำ
- หมวด Anger (ความคับแค้นใจต่อผู้ที่เพิกเฉย)
เป็นกลุ่มอารมณ์ที่เกิดจากการตระหนักรู้ถึงปัญหา แต่รู้สึกขัดใจกับความล่าช้าในการแก้ไข หรือรู้สึกว่าความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมถูกเพิกเฉย โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างเจเนอเรชัน
- หมวด Sadness (ความรู้สึกสูญเสียหรือโศกเศร้า)
เป็นกลุ่มอารมณ์ที่ลึกซึ้ง มักเกิดจากการเห็นความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่เสื่อมโทรมลง หรือภัยพิบัติที่พรากสิ่งต่างๆ ไป (ในทางจิตวิทยาเรียกว่า Solastalgia หรือความโศกเศร้าอาลัยต่อสิ่งแวดล้อม)
- หมวด Fear (ความกลัวเรื้อรังต่อหายนะในอนาคต)
หมวดนี้คือแกนหลักของภาวะ Eco-Anxiety เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อภัยคุกคามในอนาคตที่ยังคาดเดาไม่ได้และรู้สึกว่าควบคุมไม่ได้
- หมวด Positivity (ความร่วมมือเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง)
นี่คือเป้าหมายสำคัญของเครื่องมือนี้ เมื่อเราเรียนรู้ที่จะยอมรับความรู้สึกใน 3 หมวดแรกได้แล้ว เราจะสามารถแปรเปลี่ยนพลังงานเหล่านั้นมาสู่หมวดนี้ เพื่อใช้เป็นแรงผลักดันในการสร้างการเปลี่ยนแปลง
ปัจจุบันวงล้อนี้ถูกแปลไปแล้วกว่า 30 ภาษาทั่วโลก และยังมีเวอร์ชันสำหรับเด็กที่ใช้สัญลักษณ์อิโมจิ (Emoji) แทนตัวหนังสือเพื่อแสดงอารมณ์ รวมถึงถูกนำไปใช้เป็นกิจกรรมในชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนได้สำรวจอารมณ์ของตนเองเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ โดยเน้นย้ำว่า “ไม่มีอารมณ์ใดที่ผิด” และการรู้สึกวิตกกังวลหรือกังวลใจเป็นเรื่องปกติและสมเหตุสมผล ทำให้จิตใจสงบลงและช่วยให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก the potential และ Climate Mental Health Network (CMHN)

Sansiri Community พื้นที่คลาย Eco-anxiety เชื่อมโยงชีวิตกับธรรมชาติอย่างลงตัว
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและมลภาวะ จนหลายคนเริ่มเผชิญกับภาวะ Eco-Anxiety แสนสิริตั้งใจออกแบบโครงการให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย ด้วยการรังสรรค์ Sansiri Community ให้เป็น Safe Zone ที่ผสานเข้ากับธรรมชาติอย่างลงตัว เพื่อคืนสมดุลให้ชีวิต 🌿✨ สัมผัสความผ่อนคลายในทุกมิติผ่าน 4 หัวใจสำคัญ
พื้นที่ส่วนกลาง เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
สังคมคุณภาพที่รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการใช้ชีวิต พร้อมด้วยความใส่ใจในการเป็น Green Community ที่มีพื้นที่สีเขียวรอบๆ โครงการ คืนพื้นที่สีเขียวให้การใช้ชีวิต ให้คุณสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอดในทุกๆ วัน
ดูแลความปลอดภัย ผ่อนคลาย และเป็นส่วนตัว
พื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อความสงบ ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก ยกระดับความอุ่นใจไปอีกขั้น ด้วย LIV-24 เทคโนโลยีดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะที่ทำงานแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ให้คุณใช้เวลาผ่อนคลายแบบไร้กังวล
ที่สุดของดีไซน์ เปิดรับ แสง ลม และกลิ่นธรรมชาติ
โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ประยุกต์ใช้มาตรฐานการออกแบบอาคารสีเขียว พื้นที่ภายในถูกคิดค้นมาให้เปิดรับแสงธรรมชาติ และทิศทางลมแบบ Cross-Ventilation เพื่อความโปร่งโล่งสบาย ช่วยลดอุณหภูมิและประหยัดพลังงาน ช่วยบรรเทาความตึงเครียดจากสภาพแวดล้อมได้อย่างแท้จริง
ทำเลศักยภาพ เงียบสงบ
แสนสิริคำนึงทุกองค์ประกอบ ทั้งการเดินทาง ความสะดวกสบาย ความสุข ความเป็นส่วนตัว ฯลฯ เพื่อให้ทุกทำเลของแสนสิริ คอมมูนิตี้ เป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ และเติบโตด้วยความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง บาลานซ์ชีวิตเมืองและความสงบส่วนตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดูข้อมูล Sansiri Community เพิ่มเติม ที่นี่! https://siri.ly/HO2Jff7


