รับน้องใหม่มาแรงใน Bundesliga

ท่านผู้อ่านที่ติดตามการแข่งขันฟุตบอลลีกของเยอรมันคงพอทราบดีว่า ช่องว่างทางศักยภาพระหว่างสโมสรของฝั่งเยอรมันตะวันออกและเยอรมันตะวันตก สมัยที่เยอรมันยังแบ่งแยกเป็น 2 ประเทศนั้นค่อนข้างห่างกันมาก และตั้งแต่มีการรวมประเทศในปี 1990 สโมสรที่มาจากทางฝั่งเยอรมันตะวันออกก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเอาซะเลย สโมสรสุดท้ายจากทางฝั่งตะวันออกที่เคยขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดบุนเดสลีกาก็คือทีม Energie Cottbus ในปี 2009 โน่นครับ และในด้านของตัวผู้เล่นที่มีโอกาสได้รับใช้ทีมชาตินั้น ก็มีแค่ Toni Kroos ของ Real Madrid ที่มีถิ่นฐานเดิมจากเยอรมันตะวันออก

rb-leipzig_sansiri-blog-1

แต่มาในฤดูกาลนี้ เราได้เห็นสโมสรหนึ่งจากฝั่งตะวันออกที่มาแรงแซงโค้งหลายๆ ทีมฟากตะวันตกที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 ของตาราง ณ  วันที่ผมเขียนต้นฉบับนี้นั่นก็คือสโมสรที่มีชื่อว่า RB Leipzig ซึ่งต้องบอกว่าเป็นสโมสรที่ไม่เคยอยู่ในเรดาร์ของผมเลยในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งมาดูตารางล่าสุดอดไม่ได้ที่จะไปหาข้อมูลของทีมนี้มาเล่าสู่กันฟัง

เพื่อให้เห็นภาพว่าทีม RB Leipzig นี้มาแรงขนาดไหน ถ้าบอกว่าสโมสรนี้เพิ่งถูกตั้งขึ้นในปี 2009 และใช้เวลาเพียงแค่ 4 ฤดูกาลไต่ขึ้นมาจากการเป็นทีมนอกลีกในดิวิชั่น 5 ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 ของลีกที่ดีที่สุดในยุโรปได้ น่าจะพอเพียงที่จะทำให้ทุกคนหันมาสนใจว่าทีมนี้มาจากไหนกัน

rb-leipzig_sansiri-blog-5
Credit: laola1.at
rb-leipzig_sansiri-blog-6
Credit: bundesliga.com

 

RB Leipzig เดิมเป็นสโมสรที่มีชื่อว่า SSV Markranstädt ในแคว้น Saxony แต่ได้ถูกบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังยักษ์ใหญ่ Red Bull ซื้อ license ทีมและเปลี่ยนชื่อพร้อมเปลี่ยนตราสโมสรเสียใหม่ ดั้งนั้นก็ไม่ผิดที่จะบอกว่าสโมสรนี้เป็นสโมสรพี่น้องกับ FC Red Bull Salzburg และ New York Red Bull ซึ่งก็น่าจะใช้ชื่อ Red Bull ได้ แต่เนื่องจากข้อบังคับของบุนเดสลีกาไม่อนุญาติให้ทีมตั้งชื่อตามสปอนเซอร์หลักได้ ส่งผลให้ทีมการตลาดของ Red Bull และผู้บริหารของทีมตั้งชื่อทีมใหม่เป็นชื่อเต็มว่า Rasenballsport Leipzig ซึ่งแปลว่า “กีฬาลูกบอลในสนาม” และถ้าลองสังเกตดูนะครับก็จะเห็นได้ว่า Rasenballsport ก็ได้ถูกย่อมาเป็นตัวหนังสือ RB ซึ่งยังไงๆ ถ้าปรากฏพร้อมกับสัญลักษณ์วัวแดงสองตัวเอาหัวชนกันก็ชัดเจนครับว่าคือคำย่อของ Red Bull นั่นเอง

ถ้ามองกันเผินๆ หลายคนคงคิดว่านี่เป็นสูตรสำเร็จของการทำทีมในสมัยนี้ที่ความสำเร็จส่วนสำคัญมาจากเม็ดเงินมากมายที่สปอนเซอร์หลักของทีมถวายให้ในการซื้อตัวนักเตะใหม่ๆ เข้ามาเสริม แต่ถ้าเราลองดูดีๆ นะครับจะเห็นว่าก็มีส่วนของการบริหารที่ชาญฉลาดเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นการเอาตัว Ralf Rangnick อดีตผู้จัดการทีมของ Schalke ที่นำทีมเข้ารอบรองชนะเลิศ UCL มาแล้วภายใต้การทำทีมแค่สองเดือน และเคยประสบความสำเร็จกับ Stuttgart และ Hoffenheim มาก่อน และล่าสุดก็เป็นชื่อหนึ่งที่ FA ของอังกฤษบอกว่าสนใจจะดึงเข้ามาทำทีมแทน Sam Allardyce ที่โดนเด้งออกไป แสดงว่าทีมโค้ชของ RB Leipzig ก็ไม่เบานะครับ

rb-leipzig_sansiri-blog-7
Davie Selke – Credit: dfb.de
rb-leipzig_sansiri-blog-8
Oliver Burke – Credit: bundesliga.com

 

นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของการพยายามสร้างทีมและสไตล์การเล่นที่คล้ายคลึงกับ Dortmund สมัย Juegen Klopp ด้วยการสร้างฐานนักเตะและเน้นการซื้อตัวผู้เล่นที่มีอายุไม่เกิน 24 อย่างเช่นการดังตัว Davie Selke กองหน้าอายุ 20 ปีที่ได้รางวัลรองเท้าทองคำจากทัวร์นาเมนต์ EURO รุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปีมาจาก Bremen และดาวรุ่งสก็อตติชอายุ 19 อย่าง Oliver Burke จาก Nottingham Forest พร้อมเน้นสไตล์การเล่น tactical เหมือน Klopp เป๊ะๆ ซึ่งก็เป็นที่น่าจับตาว่าจะเป็นทีมน้องใหม่ที่เข้ามาสร้างความหวาดหวั่นให้กับบรรดาทีมใหญ่ๆ ในบุนเดสลีกาอยู่เหมือนกัน

ว่ากันว่าตอนนี้สโมสรญาติผู้พี่อย่าง FC Red Bull Salzburg ที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จในเวทียุโรปมานานมากแล้ว กลับกลายเป็นสโมสรที่ถูกลดระดับเป็นแหล่งบ่มเพาะนักเตะรุ่นใหม่ให้กับ RB Leipzig ไปซะแล้ว โดยในช่วงที่ผ่านมา Ralf Rangnick ก็ได้ทำการเอาตัวนักเตะที่ดีที่สุด 3 คนของ Salzburg มาอยู่ที่ RB Leipzig เรียบร้อยแล้ว เห็นได้ว่าไม่ต่างอะไรกับการที่ Red Bull ลงทุนทำทีมรถสูตร 1 ที่มีชื่อว่า Torro Rosso เพื่อเป็นทีมรองในการปั้นส่งนักแข่งรุ่นใหม่ให้กับทีมหลักอย่าง Red Bull Racing แต่อย่างใด

rb-leipzig_sansiri-blog-9
Borussia Dortmund fans decide to boycott RB Leipzig clash – Credit: givemesport.com

 

เนื่องด้วยความที่มีแบ็คอัพการเงินที่เป็น commercial giant อย่าง Red Bull ก็ส่งผลลบให้ทีม RB Leipzig ถูกต่อต้านจากบรรดาแฟนฟุตบอลทีมอื่นๆ ที่ให้เหตุผลว่าเป็นสโมสรที่ผูกติดกับการพาณิชย์มากเกินไป ขัดกับหลักการบริหารทีมดั้งเดิมที่ให้ทีมมีความผูกพันกับท้องถิ่นด้วยสิทธิ์ในการบริหารและลงคะแนนเสียง ฯลฯ กับคนในชุมชน ต่อต้านการ take over สโมสรโดยผู้ลงทุนรายใหญ่ หรือบริษัทในเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้การทะยานขึ้นสู่ลีกสูงสุดในเวลาอันรวดเร็วเป็นที่รังเกียจและหมั่นไส้ของแฟนบอลสโมสรอื่นๆ ถึงขนาดออกอาการต่อต้านด้วยการประท้วงหลายๆ วิธีไม่ว่าจะเป็นบอยค็อตการแข่งขันที่สนามของ RB Leipzig หรือการแต่งดำไปเชียร์ทีมตัวเองในนัดเยือน

กองเชียร์ของ RB Leipzig ถูกเรียกว่าเป็น plastic fan เพราะโดนตราหน้าว่าเป็นกองเชียร์ที่หน่อมแน้ม ไม่ใช่ฮาร์ดคอร์ที่มีความผูกพันกับสโมสรมายาวนานเหมือนทีมอื่น ซึ่งก็ไม่ผิดนะครับกับการที่สโมสรที่เกิดขึ้นมาใหม่กำลังพยายามดึงดูดฐานแฟนบอลที่เป็นเด็กและครอบครัวมากขึ้น เพราะในแง่ของการพาณิชย์แล้วกลุ่มคนเหล่านี้ คือกลุ่มแฟนในอนาคตที่จะอยู่กับทีมไปอีกนาน ซึ่งก็เป็นปรัชญาเหมือนกับการทำทีมที่ประกอบด้วยเด็กรุ่นใหม่ๆ ของผู้บริหารทีม ซึ่งบรรดาแฟนบอลรุ่นใหม่ๆ ของ RB Leipzig ก็ไม่ได้มองว่าเป็นปัญหาอะไรกับคนอื่น แถมทั้งโมเด็ลแบบนี้ก็คล้ายๆ กับที่ค่ายรถยนต์ VW ทำมาแล้วกับสโมสร Wolfsburg ซึ่งเป็นเมืองฐานการผลิตของรถยี่ห้อนี้ หรือ Leverkusen ที่ก็ยังใช้ชื่อเต็มว่า Bayer 04 Leverkusen ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทฟาร์มาซูติคัลยักษ์ใหญ่ได้ไม่กระดากอะไร

rb-leipzig_sansiri-blog-10
Credit: bundesligafanatic.com

 

ผมกลับคิดว่าถ้าผมเป็นแฟนบอลของทีม RB Leipzig นี้ ช่วงเวลาต่อจากนี้ไปจะเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับทุกคน เพราะนี่คือสโมสรรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพและแนวคิดที่ progressive น่าสนใจในการทำทีมและก้าวขึ้นมาท้าทายทีมเดิมๆ ได้อย่างน่าสนใจ  Leicester City FC เคยสร้างประวัติศาสตร์และความตื่นเต้นให้กับ EPL มาแล้ว ทำไมเราจะเห็นแบบเดียวกันกับบุนเดสลีกาไม่ได้ ใช่ไหมครับ

 

ข้อมูลจาก: คอลัมน์ “เศรษฐา & กีฬา” รับน้องใหม่มาแรงใน Bundesliga โดยคุณเศรษฐา ทวีสิน (สยาม สปอร์ต รายวัน) วันที่ 21 ตุลาคม 2559

ถ้าคุณสนใจบทความกีฬา:
ว่าด้วยเรื่องของ “เพศ” ในวงการกีฬา คลิก
Allardyce’s Downfall ใครจะช่วยรับผิดกันบ้าง คลิก

 

Sansiri Blog

Related Articles

5 Quotes ที่จะเปลี่ยนคุณสู่ “บุคคลแถวหน้า” โดยสารคดี The Gospel According to André

ท่านผู้อ่านที่ติดตามการแข่งขันฟุตบอลลีกของเยอรมันคงพอทราบดีว่า ช่องว่างทางศักยภาพระหว่างสโมสรของฝั่งเยอรมันตะวันออกและเยอรมันตะวันตก สมัยที่เยอรมันยังแบ่งแยกเป็น 2 ประเทศนั้นค่อนข้างห่างกันมาก และตั้งแต่มีการรวมประเทศในปี 1990 สโมสรที่มาจากทางฝั่งเยอรมันตะวันออกก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเอาซะเลย สโมสรสุดท้ายจากทางฝั่งตะวันออกที่เคยขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดบุนเดสลีกาก็คือทีม Energie Cottbus ในปี 2009 โน่นครับ และในด้านของตัวผู้เล่นที่มีโอกาสได้รับใช้ทีมชาตินั้น ก็มีแค่ Toni Kroos ของ Real

การโบกธงของ Rainbow Flag

ท่านผู้อ่านที่ติดตามการแข่งขันฟุตบอลลีกของเยอรมันคงพอทราบดีว่า ช่องว่างทางศักยภาพระหว่างสโมสรของฝั่งเยอรมันตะวันออกและเยอรมันตะวันตก สมัยที่เยอรมันยังแบ่งแยกเป็น 2 ประเทศนั้นค่อนข้างห่างกันมาก และตั้งแต่มีการรวมประเทศในปี 1990 สโมสรที่มาจากทางฝั่งเยอรมันตะวันออกก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเอาซะเลย สโมสรสุดท้ายจากทางฝั่งตะวันออกที่เคยขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดบุนเดสลีกาก็คือทีม Energie Cottbus ในปี 2009 โน่นครับ และในด้านของตัวผู้เล่นที่มีโอกาสได้รับใช้ทีมชาตินั้น ก็มีแค่ Toni Kroos ของ Real

เมื่อคนยุคใหม่ขอ(สร้าง)โลกสวย

ท่านผู้อ่านที่ติดตามการแข่งขันฟุตบอลลีกของเยอรมันคงพอทราบดีว่า ช่องว่างทางศักยภาพระหว่างสโมสรของฝั่งเยอรมันตะวันออกและเยอรมันตะวันตก สมัยที่เยอรมันยังแบ่งแยกเป็น 2 ประเทศนั้นค่อนข้างห่างกันมาก และตั้งแต่มีการรวมประเทศในปี 1990 สโมสรที่มาจากทางฝั่งเยอรมันตะวันออกก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเอาซะเลย สโมสรสุดท้ายจากทางฝั่งตะวันออกที่เคยขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดบุนเดสลีกาก็คือทีม Energie Cottbus ในปี 2009 โน่นครับ และในด้านของตัวผู้เล่นที่มีโอกาสได้รับใช้ทีมชาตินั้น ก็มีแค่ Toni Kroos ของ Real

close

ฟรี eBook 10 เทคนิคแต่งบ้านให้ดูหรู โดยที่ไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป

(เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านมือใหม่!)