SANSIRI
SOFT LIFE ERA
เทรนด์การใช้ชีวิตธรรมดา
ให้มีความสุขในทุกวัน

ถ้าทุกคนลองสังเกตดีๆ ช่วงนี้เทรนด์ที่กำลังมาแรงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มีแค่เรื่องสุขภาพ การออกกำลังกาย หรือเทรนด์การใช้ชีวิตผ่านไลฟ์สไตล์ที่เหนือขั้นเท่านั้น แต่ยังมี “Soft Life” หรือเทรนด์การใช้ชีวิตธรรมดาให้มีความสุขได้ในทุกๆ วัน เพราะตอนนี้เราอยู่ในยุคที่ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่เรื่องงานหรือเงินอีกต่อไป แต่เปิดทางให้กับแนวคิด Soft Life Era เทรนด์การใช้ชีวิตที่เน้นความเรียบง่ายในชีวิตนั่นเองค่ะ

เมื่อพื้นที่ทางกายภาพ ต้องตอบรับพื้นที่ทางจิตใจ แสนสิริ จึงออกแบบพื้นที่ที่โอบรับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ ผ่านแนวคิด “FEEL JUST RIGHT” สู่ “อณาสิริ” บ้านที่พอดีและลงตัวในทุกมิติ จุดเริ่มต้นของความสงบสุขที่พอดีกับตัวเอง 

Soft Life Era ในปัจจุบันคือเทรนด์การใช้ชีวิตที่ให้ความสำคัญกับความสุข ความสงบ และการดูแลสุขภาพจิตของตัวเองเป็นหลัก โดยเป็นการก้าวออกมาจากวัฒนธรรมการแข่งขันและการทำงานหนักเกินไป (Hustle Culture) เพื่อสร้างสมดุลชีวิตที่สำเร็จได้โดยไม่ต้องกดดันตัวเองจนเกินไป ให้ความสำคัญกับการนอนหลับอย่างเพียงพอ ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และอนุญาตให้ตัวเองหยุดพักได้โดยไม่รู้สึกผิด

แสนสิริอยากชวนทุกคนมาเปลี่ยนบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและผ่อนคลาย ปฏิเสธการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ และหันมาโอบกอดความสุขที่เรียบง่าย เติมพลังให้ร่างกายและจิตใจได้พักผ่อนอย่างแท้จริง เปลี่ยนมุมว่างๆ ให้เป็นที่สำหรับทำสิ่งที่ชอบ🛋️ เช่น มุมจิบกาแฟริมหน้าต่าง มุมอ่านหนังสือบนเบาะนุ่มๆ หรือมุมวางต้นไม้สีเขียว ผ่านบ้านที่มีความพอดีในทุกด้านของชีวิต บาลานซ์ระหว่างชีวิตการทำงานและครอบครัว ผ่านพื้นที่ภายในบ้านและฟังก์ชัน สะท้อนผ่านแนวคิดความพอดี

ดูรายละเอียดโครงการที่นี่ https://siri.ly/IwLARY3

‘Soft Life’  ทำไมเป็นนิยามวิถีชีวิตใหม่ของ Gen Z

ก่อนที่คำว่า Soft Life จะกลายมาเป็นคำฮิตติดปากบนแพลตฟอร์ม TikTok คำนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นบนโซเชียลมีเดียในประเทศไนจีเรียช่วงปี 2020 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงผิวดำ ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วโลกเพื่อการโต้กลับวัฒนธรรม ‘Hustle Culture’ หรือการทำงานแบบถวายหัว ซึ่งเป็นค่านิยมหลักของคนรุ่นมิลเลนเนียลที่เชื่อในความก้าวหน้าและความสำเร็จแบบ ‘Girlboss’ แต่สำหรับ Gen Z พวกเขามองต่างออกไป

Stephanie O’Dea ผู้เขียนหนังสือ Slow Living ชี้ว่า คนรุ่นนี้ไม่อยากมีชีวิตอยู่เพียงเพื่อทำงาน พวกเขาต้องการ ‘ใช้ชีวิต’ จริงๆ ทั้งการไปเที่ยว สังสรรค์ และดูแลตัวเอง เพราะพวกเขาตระหนักแล้วว่า การทุ่มเททำงานหนักในยุคนี้ ไม่ได้การันตีความมั่นคงเหมือนรุ่นพ่อแม่ 

ดังนั้น ‘การมีความสุขกับปัจจุบันจึงสมเหตุสมผลกว่า โดยวิถีแบบ Soft Life จะให้ความสำคัญกับ

 ความสะดวกสบายและการพักผ่อน

 การเคารพและการรักตัวเอง ในฐานะสิ่งสำคัญขั้นพื้นฐาน

 ความสุขที่ทุกคนสามารถมีได้ โดยไม่จำเป็นต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้มา

แบบสำรวจล่าสุดจาก Psychology Today ชี้ให้เห็นว่า ผู้คนกว่า 72% หันมานิยามความสำเร็จผ่านมุมมองของ Soft Life โดยให้ความสำคัญกับความสุข  ความพึงพอใจและความเติมเต็มในชีวิต มากกว่าจำนวนเงินหรือสถานะทางสังคม และผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 54% มองว่าวัฒนธรรมการทำงานหนัก ที่วัดคุณค่าจากตำแหน่งการงานและทรัพย์สิน เป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่ภาวะหมดไฟในการชีวิต จึงทำให้ Soft Life เป็นกลไกทางจิตวิทยาในการสร้างสุขภาวะที่แข็งแรง เพื่อปกป้องสุขภาพจิตของตนเอง

สอดคล้องกับรายงานการสำรวจพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ของ Deloitte ที่ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงค่านิยมในการเลือกงานอย่างชัดเจน 25% ของกลุ่ม Gen Z ตัดสินใจเลือกงานโดยพิจารณาจาก ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) เป็นอันดับแรก มีเพียง 19% เท่านั้น ที่ยังคงให้ความสำคัญกับเงินเดือนและผลตอบแทนเป็นปัจจัยหลัก แม้จะไม่ได้เป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์โดยตรง แต่สถิติเชิงพฤติกรรมศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าเทรนด์ Soft Life เติบโตขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตทางจิตวิทยาในที่ทำงาน

การเติบโตของเทรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้คนเริ่มหันมามองคุณภาพชีวิตและความยืนยาวของสุขภาพ (Longevity) ในมิติที่ลึกซึ้งขึ้น โดยมองว่าความสำเร็จที่แท้จริงคือการมีชีวิตที่สุขภาพดีทั้งกายและใจในทุกๆ วัน

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก calm.com , Psychology Today , Deloitte (Global Gen Z & Millennial Survey) , Samsung UK & Ireland: แคมเปญ “Tis the Season for Soft Living” และ springnews

แก่นสำคัญของการใช้ชีวิตแบบ Soft Life

 ปฏิเสธแนวคิดงานคือชีวิต (Hustle Culture)

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา Hustle Culture ถูกยกย่องให้เป็นมาตรฐานของความสำเร็จ ทำให้หลายคนผูกคุณค่าไว้กับการทำงานตลอดเวลา ซึ่งในทางจิตวิทยา การที่สมองและร่างกายต้องอยู่ในโหมดตื่นตัวหรือโหมดเอาชีวิตรอดอย่างต่อเนื่อง จะนำไปสู่ความเครียดเรื้อรัง วิตกกังวล และภาวะหมดไฟ (Burnout) ในระดับรุนแรง การมาของเทรนด์ Soft Life จึงมีกระแสเติบโตขึ้นในฐานะกลไกการเอาชีวิตรอดรูปแบบใหม่ เพื่อให้มองเห็นว่าตัวเรามีคุณค่าในตัวเองเสมอ และกำลังเข้ามาแทนที่และทำลายค่านิยมเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง

 ขีดเส้นแบ่งการทำงานและชีวิตอย่างชัดเจน

หลายคนมักมีความเข้าใจผิดว่า Soft Life คือการใ้ชีวิตแบบเรียบง่าย แต่นักจิตวิทยามองว่าแท้จริงแล้ว คือการแสดงออกถึงการให้คุณค่ากับตัวเอง (Self-respect) ผ่านการตั้งขอบเขตการใช้ชีวิตอย่างชัดเจน ด้วยการรู้จักปฏิเสธงาน การไม่ตอบข้อความงานในวันหยุด และไม่ยอมสละสุขภาพจิตเพื่อการทำงาน  รวมถึงแบ่งเวลางานและเวลาส่วนตัวออกจากกันอย่างเด็ดขาด เพื่อให้เรามีเวลาเหลือพอที่จะไปใช้ชีวิตในมิติอื่นๆ ทั้งการอยู่กับครอบครัว คนรัก สัตว์เลี้ยง หรือแม้กระทั่งการอยู่เงียบๆ กับตัวเอง

ให้ความสำคัญกับร่างกายและจิตใจ

กระแสของ Hustle Culture มักวัดความสำเร็จจากตำแหน่งและเงินทอง แต่การมาของ Soft Life ได้เปลี่ยนแนวคิดในสังคมไปอย่างสิ้นเชิง โดยให้ความสำคัญกับ “ความสงบสุขในจิตใจ” และความพึงพอใจในชีวิต นิยามความสำเร็จใหม่ผ่านการที่คุณมีเวลาว่าง มีความสัมพันธ์ที่ดี มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้

 นิยามความสำเร็จด้วยความสงบสุข

เปลี่ยนการวัดความสำเร็จจากสิ่งภายนอกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและความกดดัน มาเป็นการมีจิตใจที่นิ่ง สงบ และสามารถโอบรับความสุขจากสิ่งธรรมดารอบตัวได้ในทุกๆ วัน นึกถึงความสมดุลและความสงบสุขภายในจิตใจเป็นหลัก ใช้ชีวิตให้ช้าลงเพื่อจะได้ยินเสียงความสุขเล็กๆ รอบตัวได้ชัดเจนขึ้น

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก A Psychologist และ Forbes

Soft Life to FEEL JUST RIGHT ให้ ‘อณาสิริ’ เป็นบ้านที่พอดีและลงตัว

 ดีไซน์ที่คิดมาอย่างดี มีพื้นที่โฟกัส พร้อมมุมให้ไอเดียเติบโต

เพราะ อณาสิริ โดดเด่นด้วยแบบบ้านที่มีให้คุณเลือกมากมาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่แตกต่างแต่เหมือนกันในทุกครอบครัว กับการดีไซน์ที่ล้วนคำนึงถึงแนวคิด “ความพอดีที่ลงตัว” มาก่อนเสมอ ทั้งดีไซน์ Lagom, Modern Japanese,

Mediterranean และ Modern Barn House

 ส่วนกลางสีเขียว พื้นที่สำหรับใช้เวลาทั้งครอบครัว

พื้นที่สำหรับใช้เวลาร่วมกันของทั้งครอบครัว แสนสิริตั้งใจดีไซน์ภูมิทัศน์สีเขียวร่มรื่น เพื่อให้สมาชิกทุกช่วงวัย (รวมถึงสัตว์เลี้ยง) ได้ออกไปเดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ และผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม

ทำเลศักยภาพ ตอบโจทย์ได้ทุกไลฟ์สไตล์ชีวิต

เปิดโอกาสให้ชีวิตได้พบกับความสะดวกสบาย พร้อมทางเลือกที่มากกว่า บนทำเลแห่งการใช้ชีวิต ไปไหนก็ใกล้ รายล้อมด้วยทุกสิ่งที่ครอบครัวต้องการ สามารถ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ชีวิต ช่วยให้คุณได้กลับมาพักผ่อนและอยู่กับคนที่รักได้เร็วขึ้นในทุกๆ วัน

 บ้านที่ลงตัว พอดีต่อการอยู่อาศัยในพื้นที่เดียวกัน

ฟังก์ชันการอยู่อาศัยที่ออกแบบมาให้ พอดีต่อการอยู่อาศัยในพื้นที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวขนาดเล็ก ครอบครัวขยาย หรือสัตว์เลี้ยงแสนรัก ผังบ้านสามารถเชื่อมโยงพื้นที่ของสมาชิกทุกคนเข้าหากันได้อย่างอบอุ่น แต่ยังคงเหลือพื้นที่ส่วนตัวให้แต่ละคนได้ชาร์จพลัง

มาสัมผัสความรู้สึกแบบ FEEL JUST RIGHT บ้านที่ให้ความสุขในจังหวะที่พอดีกับชีวิตคุณได้แล้ววันนี้ที่อณาสิริ 🏡🌿

ดูรายละเอียดโครงการที่นี่ https://siri.ly/IwLARY3 

Soft Life Movement 4 วิธีใช้ชีวิตแบบใจดีกับตัวเอง

 ไปถึงเป้าหมาย ให้ปลอดภัยกับใจเรา

แนวคิดที่ทำให้เรายังคงเป็นคนทะเยอทะยานและมีเป้าหมายได้เหมือนเดิม แต่ในระหว่างทาง วิธีการเดินไปสู่ความสำเร็จต้องไม่ทำลายสภาพจิตใจและลดคุณค่าในตัวเอง เพราะความเร็วในการใช้ชีวิตของแต่ละคนไม่เท่ากัน และไม่จำเป็นต้องวิ่งตามไม้บรรทัดของสังคมเพื่อวัดความสำเร็จ และเดินหน้าไปด้วยความเร็วที่ใจเรายังยิ้มได้

 นิยามความสำเร็จ ด้วยชีวิตที่ “พอดี”

เปลี่ยนแนวคิดการนำบรรทัดฐานของสังคมหรือการแข่งขันอย่างดุเดือดมาวัดกับตัวเอง และหันมาขีดเส้นใต้ให้กับความสำเร็จที่ทำให้เรานอนหลับได้อย่างเต็มอิ่มและมีความสุขในทุกวัน รวมถึงลองเปลี่ยนมาขอบคุณสิ่งเล็ก ๆ และยินดีกับความสำเร็จในระดับที่พอดี

มีขอบเขตชัดเจน แยกงานกับชีวิตส่วนตัว

สร้างขอบเขตที่แข็งแกร่งให้กับตัวเอง เพื่อเต็มที่กับการทำงานเมื่ออยู่ในหน้าที่ แต่เมื่อหมดเวลางาน ก็ต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัวที่เราจะได้พักผ่อนอย่างแท้จริง ขีดเส้นใต้คำว่า “เวลาส่วนตัว” ให้ชัดเจน เมื่อถึงเวลาพักต้องกล้าที่จะปฏิเสธและวางเรื่องงานลง เพื่อให้ร่างกายและสมองได้รีชาร์จพลังอย่างเต็มที่

ให้ความสำคัญกับความตั้งใจและสติ

ใช้ชีวิตอย่างมีสติรู้ตัว อยู่กับปัจจุบันไม่ปล่อยให้ความวิตกกังวลของอนาคตหรือความผิดพลาดในอดีตมาบั่นทอนพลังงานในการใช้ชีวิแต่ละวัน ทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ ซึ่งจะช่วยให้เรามองเห็นความสวยงามของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขระหว่างทางมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก A Psychologist และ Forbes

CONTRIBUTOR

Related Articles

Petriarchy 101 สเต็ปการเลี้ยงเจ้าสี่ขาของคนยุคใหม่ ให้มาเป็นครอบครัว

  ในยุคนี้ หลายคนคงคุ้นตากับภาพคนจูงน้องหมาไปงานวิ่ง จัดงานวันเกิดให้น้องแมว หรือแม้กระทั่งการที่เหล่าเจ้าสี่ขามีช่องทาง Social Media คอยอัพเดตเรื่องราวในแต่ละวันเป็นของตัวเองเหมือนพวกเรา ซึ่งทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยค่ะ นี่คือปรากฏการณ์  Pet Humanization หรือการดูแลสัตว์เลี้ยงให้เหมือนสมาชิกในครอบครัว ซึ่งเกิดจากไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป ทั้งเทรนด์การไ่ม่มีลูก, การนิยมทำงานที่บ้านมากขึ้น ทำให้การเลี้ยงสัตว์เป็นเหมือนตัวแทนความรักและเข้ามาเติมเต็มจิตใจ แถมยังช่วยลดทอนความเครียดจากวันเหนื่อยๆ ตั้งแต่คนโสดที่มีเจ้าสี่ขาเป็นเพื่อนคลายเหงา คู่รักที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นตัวแทนความรักเหมือนลูกแท้ๆ

GIG ECONOMY กับการสร้าง Young Millionaire: เมื่อ ‘งานอิสระ กลายเป็นเครื่องผลิตเงินล้า

  ถ้าสังเกตให้ดีเราจะเห็นว่าหลังช่วง โควิด-19 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบในหลายๆ วิถีชีวิต โดยเห็นชัดที่สุดคือวิถีการทำงานที่ต้องปรับเปลี่ยนจากการทำงานในออฟฟิศสู่การทำงานรูปแบบ Hybrid Working จนถึงการกลับมาของ ‘Gig Economy’ ระบบเศรษฐกิจที่ถูกขับเคลื่อนด้วยการทำงานในแบบชั่วคราว โดยเน้นการทำงานด้วยความอิสระและสร้างความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำงานแบบจบไปเป็นครั้งๆ เพราะในยุคที่เทคโนโลยีเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้เกิดอาชีพหรือช่องทางทำเงินได้แค่ปลายนิ้วผ่านหน้าจอโทรศัพท์ เช่น Influencer, YouTuber,

I Love My Job 5 อาชีพของตัวละครสุดเจ๋งในซีรีส์ ที่ช่วยเติมแพสชันให้คนมีฝัน

I Love My Job, I Love My Job, I Love My Job น่าจะเป็นหนึ่งในประโยคที่ติดปากใครหลายคนในช่วงนี้ใช่ไหมคะ ส่วนใครที่เป็นแฟนซีรีส์น่าจะได้เห็นอาชีพที่แปลกใหม่ หลากหลาย และน่าสนใจจากเหล่าตัวเอกในซีรีส์เรื่องโปรดกันมาไม่มากก็น้อย  วันนี้แสนสิริเราได้ลองรวบรวม 5 อาชีพสุดเจ๋งของตัวละครในซีรีส์ที่เมื่อได้ดูก็ช่วยเติมแพสชันให้ชาวออฟฟิศหรือเติมไฟให้คนมีฝัน จนรู้สึกอยากลุกออกไปทำงานที่เรารักได้แบบในซีรีส์ทันที