นักกีฬาช้างเผือก

นักกีฬาช้างเผือก และหลักสูตรเฉพาะทางได้ใช้ความสามารถเฉพาะที่ถนัด

เวลามีคนพูดถึง นักกีฬาช้างเผือก ที่ได้รับคัดเลือกเข้าเรียนในสถานศึกษา สิ่งแรกที่ผมคิดถึงก็คือ โชคดีมากที่นักกีฬาคนนั้นได้ใช้ความสามารถเฉพาะที่เค้าถนัดเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง และอีกสิ่งที่ผมมักนึกถึงก็คือ หวังว่านักกีฬาคนนั้นคงจะสามารถเลือกเรียนในสายวิชาที่ตัวเองถนัดและมีความชอบ รวมถึงการมองหาสายอาชีพที่ตัวเองต้องการให้ได้ เพื่อจะได้มีแรงกระตุ้นในการเรียนจนจบ

สำหรับประเทศไทย จะว่าไปก็นับว่ายังเป็นโชคดีของเด็กและเยาวชน ที่การกีฬาในเชิงพาณิชย์ยังไม่แอดวานซ์มากนัก ทุนการศึกษาสำหรับนักกีฬา นั้นยังเป็นเพียงโอกาสที่จะนำพาให้เยาวชนนั้นๆ ไปมีการศึกษาที่ดี เพิ่มพูนความรู้ความชำนาญในสาขาอาชีพที่ตนเองปรารถนาและมีความถนัด เพื่อสร้างพื้นฐานอาชีพต่อไปในอนาคตตามสาขาวิชาที่เรียน แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีกีฬาบางประเภทที่เริ่มเห็นความเป็นไปได้ในเชิงอาชีพ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่เริ่มเห็นสถานศึกษาบางแห่งที่จัดตั้งโครงการและหลักสูตรที่ยกระดับความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ กีฬาที่ผมพูดถึงก็คือฟุตบอลนั่นเอง

1dd9732169c84632f2a61f9579f08ccf

เราทุกคนคงทราบกันดีถึงโรงเรียนที่แข็งในเรื่องทีมฟุตบอล ย่อมมีการควานหาช้างเผือกและคัดเลือกเยาวชน มาร่วมในโครงการเพื่อเป็นตัวแทนแข่งขันให้กับโรงเรียนนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างโรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี ซึ่งบังเอิญผมได้มีโอกาสรู้จัก เสี่ยโต คุณณรงวิทย์ อุ่นแสงจันทร์ ศิษย์เก่าที่คลุกคลีอยู่กับการปั้นทีมฟุตบอล จากโรงเรียนนี้ให้พัฒนาและก้าวหน้ามาอย่างรวดเร็ว และเราก็ได้เห็นตัวอย่างนักเตะอย่างธีรศิลป์ แดงดา ที่มาจากโครงการนี้มาแล้ว อันด้วยใจรักอยากเห็นน้องๆ เหล่านี้มีโอกาสที่จะสร้างอาชีพจากความสามารถด้านนี้ เป็นความคิดให้เกิดการตั้งทีมฟุตบอล เจ้าสัวน้อย สโมสรอัสสัมชัญ ธนบุรี ที่เล่นในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ขณะนี้ที่จะรองรับเด็กที่มีความสามารถและตั้งใจประกอบอาชีพนักฟุตบอลอย่างจริงจัง

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะตั้งใจผันตัวเอง ไปเป็นนักกีฬาอาชีพตั้งแต่จบภาคมัธยมศึกษา คำถามที่เคยเกิดขึ้นก็คือเมื่อน้องๆ เหล่านี้กำลังจะก้าวไปเป็นนิสิต นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ สิ่งต่างๆ ที่เคยปั้นกันมาสมัยเป็นนักฟุตบอลอยู่โรงเรียน มันก็จะคลายความสำคัญลงไป และความทุ่มเทให้กับกีฬาฟุตบอล ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ใช้ทำมาหากินได้ จุดเปลี่ยนที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการเกิดขึ้นและการพัฒนาของวงการกีฬาอาชีพของไทย โดยเฉพาะวงการฟุตบอลไทย เมื่อเล็งเห็นความเป็นไปได้ดังกล่าว คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง จึงได้มีความคิดที่จะช่วยยกระดับความเป็นไปได้ ด้วยแนวคิดที่จะสร้างหลักสูตรในระดับอุดมศึกษา เพื่อเป็นการรองรับเยาวชนที่มีความใฝ่ฝันและมีความถนัดในเรื่องเฉพาะอย่างเช่นฟุตบอลเป็นต้น

คุณกิตติรัตน์มีความคิดว่า เมื่อมีหลักสูตรเฉพาะอาชีพเช่นทันตแพทย์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ ทำไมจะมีหลักสูตรเฉพาะทาง ในเรื่องฟุตบอลไม่ได้ จึงได้เริ่มทำการร่างโครงสร้างหลักสูตรเฉพาะขึ้นมา และนำเสนอกับทางมหาวิทยาลัย โดยได้รับการสนับสนุนและจัดตั้งเป็นหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาการออกกำลังกาย (วิชาเอกกีฬาฟุตบอล) จากทางวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดลในที่สุด เป็นหนึ่งในสาขาวิชาในภาคอุดมศึกษา ที่เรียกได้ว่าเป็นที่ใฝ่ฝันของเยาวชน ที่รักในกีฬาประเภทนี้อย่างจริงจังเลยทีเดียว ทีนี้ บรรดาช้างเผือกที่เก่งฟุตบอลก็จะมีทางเลือกใหม่ ทางเลือกที่เค้าสามารถได้รับทุนจากกีฬาประเภทที่เค้าถนัด เข้าเรียนในสายวิชาชีพที่เค้ารัก
2009062802759

ยิ่งกว่านั้น ผมเชื่อเสมอว่ากีฬาประเภททีมอย่างเช่นฟุตบอล เป็นโครงสร้างทางสังคมกลุ่มย่อยๆ ที่มีอิทธิพลในการบ่มเพาะ สร้างทักษะและจิตสำนึกของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข แน่นอน กีฬาทุกประเภทสอนให้คนรู้จักแพ้ชนะ ระเบียบวินัย ฯลฯ แต่กีฬาประเภททีมยังสอนถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี เคารพความคิดของทั้งผู้อื่นและตัวเอง ความรับผิดชอบในหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายเพื่อส่วนรวม ซึ่งเป็นสังคมกลุ่มย่อยที่จะช่วยขัดเกลา ความเป็นมนุษย์ให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี การที่เยาวชนมีโอกาสได้เรียนรู้ ฝึกทักษะ สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพอย่างสุจริตในสิ่งที่ตัวเองชอบ ในขณะเดียวกันก็ผ่านกระบวนการเรียนรู้และมารยาทกฏเกณฑ์ การอยู่ร่วมกันในสังคมทั้งในฐานะนักศึกษา และผู้เล่นของทีม ก็เหมือนสองเด้งที่จะช่วยขัดเกลาความคิด ของน้องๆ เหล่านี้ได้อย่างดี ทุนการศึกษาในสาขาเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ผมว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง

ผมได้มีโอกาสพบปะและพูดคุยกับ เสี่ยโต และคุณกิตติรัตน์อยู่บ่อยๆ ริมสนามฟุตบอลยังพูดกันอยู่เสมอๆ ว่าน่าจะมีผู้ประกอบการธุรกิจเข้ามาสนับสนุนแนวคิดอันนี้กันให้มากขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ การให้การสนับสนุนทางด้านโภชนาการที่ดี จากผู้ประกอบการทางด้านวัตถุดิบ อาหารเสริมต่างๆ หรือการสนับสนุนทางด้านเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์กีฬาทั้งของส่วนตัวนักกีฬาและส่วนรวม หรือองค์ประกอบอื่นๆ ที่จะช่วยเสริมศักยภาพของเยาวชนที่ความมุ่งมั่นเหล่านี้ และในทางอ้อม ก็จะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระทางด้านต้นทุนของภาควิชาเหล่านี้ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็น่าจะส่งผลให้สามารถ นำเอางบประมาณมาเพิ่มเป็นทุนการศึกษา ให้มากขึ้นได้ในแต่ละปีเช่นกัน

เราๆ ท่านๆ ที่รักกีฬาอยู่แล้วก็คงอยากเห็นแนวคิดที่สร้างสรรค์แบบนี้ได้รับความสนใจและการสนับสนุน เพราะสุดท้ายแล้วมันก็ส่งผลดีกับเยาวชนไทยเราที่ได้มีโอกาสเลือกทางเดินที่เค้าถนัดโดยมีผู้ใหญ่อย่างเราๆ สนับสนุนใช่ไหมครับ

Related Articles

มนุษย์เป็ด jack of all trades

เรื่องเล่าเหล่ามนุษย์เป็ด

ก่อนหน้าผมได้เชิญเด็กรุ่นใหม่สองคน อย่างน้องหมูแฮม Gen Z ที่กำลังจะจบปริญญาตรี กับน้องแสนดี Gen Alpha ที่กำลังเรียนชั้นมัธยมต้น รร นานาชาติ มานั่งคุยอัด podcast ด้วยกัน จังหวะนึงน้องเค้าพูดถึง “มนุษย์เป็ด” ขึ้นมา เราก็ชะงักไปนิดสิครับ ต้องออกปากถามว่าคืออะไร (สงสัยผมอายุมากเกินไปหรือเปล่าไม่รู้!)

เท่าไหน ที่เท่ากัน? เพราะเราไม่ได้ขอสิทธิ์ที่มากกว่า แค่ขอให้ได้ “เท่ากัน”

‘ทุกคนเท่ากัน’ คำพูดที่พูดได้ง่าย แต่กลับทำให้เกิดขึ้นจริงได้ไม่ง่ายนัก และเบื้องหลังยังแฝงการเรียกร้องพร้อมยืนหยัดจากใครหลายคนที่มีความแตกต่างไปจากสิ่งที่สังคมคุ้นเคย เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ เสรีภาพ และการยอมรับในความแตกต่างหลากหลายนั้นมาตั้งแต่ในอดีต รวมไปถึง…การยืดหยัดเพื่อความเท่าเทียมทางเพศด้วยเช่นกัน คุยนอกทวีตกับคุณเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ของแสนสิริ คราวนี้ กับคำถามที่ว่า “เท่าไหน ที่เท่ากัน” EP.02 มาพร้อมกับ Speaker สุดพิเศษถึง 2

Women at work Sansiri Blog

ความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจระหว่างบุรุษเพศและสตรีเพศ

ครั้งก่อนผมเขียนเรื่องแรงกดดันต่อสตรีเพศในช่วงโควิดที่มีหน้าที่ทั้งเรื่องงานและดูแลบ้านมาเขียนได้รับความสนใจจากผู้อ่านกันเยอะ (ไปอ่านกันที่นี่นะครับ คลิก) ครั้งนี้ผมขอลงลึกเพิ่มเติม 2-3 เรื่องเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจระหว่างบุรุษเพศและสตรีเพศ  เรื่องแรกเกี่ยวกับทางเลือกอาชีพของคนในสังคมไทยที่ถูกกำกับด้วยวิถีการแบ่งบทบาทหญิงชายตามค่านิยมเดิมๆ สถิติในประเทศเราจะเห็นว่ายังมีสตรีเพศอยู่ในสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีน้อยกว่าชาย ซึ่งในยุคนี้เป็นสายที่มีโอกาสทางอาชีพเปิดกว้างมากกว่า ยิ่งเข้าทำงานแล้วอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น วิศวกรรมหรือปัญญาประดิษฐ์ก็ยังถูกมองว่าเป็นอาชีพที่เหมาะกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง (ตัวเลขจาก World Economic Forum ระบุว่า สัดส่วนของนักวิชาชีพด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นผู้ชายยังนำลิ่วทิ้งห่างผู้หญิงร้อยละ 78 ต่อร้อยละ

close

ฟรี eBook 10 เทคนิคแต่งบ้านให้ดูหรู โดยที่ไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป

(เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านมือใหม่!)