รู้ไหม! ต้องทำไงถึงไม่ให้เกลียดวันจันทร์

ลองปรับมุมมองที่มีต่อวันจันทร์
 ชีวิตการทำงานของเราจะสดใสขึ้น

ทุกคนเคยมีอาการแบบนี้ไหมคะ? ถึงวันจันทร์ทีไร ไม่อยากลุกออกจากเตียง เหมือนเตียงดูด ไม่อยากไปทำงาน รู้สึกเหนื่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงาน ฯลฯ หรือบางคนอาจจะเกิดอาการเหล่านี้ตั้งแต่วันอาทิตย์ด้วยซ้ำ 

อาการแบบนี้สามารถเกิดขึ้นกับทุกคนได้เรียกว่า “Monday Blues” หรือ อาการเกลียดวันจันทร์ หลายคนอาจจะมองเป็นเรื่องที่แสนธรรมดา แต่แท้จริงแล้วส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าที่เราคิดไม่ว่าจะเป็นสุขภาพใจหรือสุขภาพกาย 

มีงานวิจัยที่มีชื่อว่า Are anxious Mondays associated with HPA-axis dysregulation? A longitudinal study of older adults in England ถูกเผยแพร่ในปี 2025 ซึ่งศึกษาเรื่องความเครียดในเช้าวันจันทร์ ส่งผลต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายในระยะยาวหรือไม่ โดยพบว่า คนที่เกลียดเช้าวันจันทร์มีความเครียดและความวิตกกังวลสูงขึ้นถึง 23 เปอร์เซ็นต์ ในวัยทำงานหรือแม้กระทั่งคนที่เกษียณอายุไปแล้วก็ยังมีความเครียดสะสมอยู่

ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องปรับความคิดที่มีต่อเช้าวันจันทร์ เปิดลิ้นชักหัวใจเพื่อให้ทุกคนตื่นไปทำงานได้อย่างมีความสุขในเช้าวันจันทร์

วันนี้ Mental Life by Chanisara จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง “Monday Blues” และบอกเคล็ด (ไม่) ลับ ทำอย่างไรถึงไม่ให้เกลียดเช้าวันจันทร์และตื่นไปทำงานได้อย่างสดใสกันค่ะ

@sansiriplc

🛏️ ทุกคนเคยมีอาการแบบนี้ไหมคะ? ถึงวันจันทร์ทีไร ไม่อยากลุกออกจากเตียง ไม่อยากไปทำงาน อาการแบบนี้เกิดขึ้นกับทุกคนได้เรียกว่า “Monday Blues” วันนี้เราจะพาทุกคนมาหาคำตอบกันว่า ต้องทำยังไงถึงไม่ให้เกลียดวันจันทร์ 😁 #MentalLifebyChanisara #MondayBlues #SoulSpace #MentalHealth #Sansiri #Everydaylifeisgood

♬ original sound – SansiriPLC – SansiriPLC

โรค “Monday Blues” มีจริงหรือไม่ แล้วคืออะไรกันแน่นะ 

อาการเกลียดวันจันทร์เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้จริง และสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะวัยทำงาน เกิดอาการรู้สึกไม่อยากไปทำงาน รู้สึกเศร้าที่ต้องไปทำงาน ไม่อยากลุกขึ้นจากเตียง เหมือนโดนเตียงดูด รู้สึกเหมือนหมดกำลังใจ หมดแรง ในการทำงานตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานด้วยซ้ำ เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป หลังวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อต้องวนลูปกลับเข้าสู่วงโคจรการทำงาน

“Monday Blues” อาจจะส่งผลต่อสุขภาพจิต สุขภาพกายของเรามากกว่าที่เราคิด ซึ่งอาจจะส่งผลไปสู่การขาดสมาธิในการทำงาน การหมดไฟในการทำงาน ฯลฯ กระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน และความเครียดสะสมในระยะยาว การที่เรามีความรู้สึกเหล่านี้อาจไม่ได้แปลว่าเราขี้เกียจ แต่อาจเป็นเพราะเราขาดแรงจูงใจในการทำงาน ซึ่งอาจจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตที่ตามมาอย่างไม่คาดคิด

เพราะจากงานวิจัยที่มีชื่อว่า Are anxious Mondays associated with HPA-axis dysregulation? A longitudinal study of older adults in England ถูกเผยแพร่ในปี 2025 ซึ่งศึกษาเรื่องความเครียดในเช้าวันจันทร์ส่งผลต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายในระยะยาวหรือไม่ โดยพบว่า คนที่เกลียดเช้าวันจันทร์มีความเครียดและความวิตกกังวลสูงขึ้นถึง 23 เปอร์เซ็นต์ ในวัยทำงานหรือแม้กระทั่งคนที่เกษียณอายุไปแล้วก็ยังมีความเครียดสะสมอยู่ จากที่กล่าวไปแล้วข้างต้น 

สะท้อนให้เห็นว่าหากใครที่เริ่มมีอาการ“Monday Blues” ควรกลับมาให้ความสำคัญกับความรู้สึกตัวเอง เพื่อจะไม่ให้ส่งผลต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายของเราในระยะยาวกันค่ะ 

รู้ไหม “Monday blues” ส่งผลทำให้เกิดเป็นโรคหัวใจได้

รู้ไหมว่า คนที่มีภาวะ “Monday Blues” ส่งผลทำให้เกิดโรคหัวใจได้นะ ถ้าเราสะสมความเครียดมาเป็นระยะเวลายาวนาน อาจจะส่งผลให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลทำงานสูงขึ้นได้จริง มีผลงานวิจัยใหม่ที่มีชื่อ Monday stress is etched into your biology ที่ถูกตีพิมพ์ในปี 2025 พบว่า คนที่รู้สึกเกลียดวันจันทร์จะมีฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) อยู่ในเส้นผมสูงเป็นระยะเวลานานกว่า 2 เดือน ซึ่งความเครียดนี้ส่งผลให้อาจจะเกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดและหัวใจในอนาคตได้ค่ะ 

ปลุกไฟในหัวใจอย่างไรไม่ให้เกลียดวันจันทร์

ทุกคนคงสงสัยกันใช่ไหมว่า ต้องทำอย่างไรนะถึงจะไม่ให้เกลียดเช้าวันจันทร์ แล้วมาทำงานด้วย Energy ที่เปี่ยมล้น ไม่ว่าจะเป็น

มองหาสิ่งที่ดีในการทำงาน  คิดถึงสิ่งที่ทำให้เราหลงรักงานที่เราทำ จะทำให้เรามีแรงในการทำงานมากยิ่งขึ้นค่ะ

ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย ถ้ารู้สึกไม่อยากทำงานแล้วลองตั้งเป้าหมายใหม่ๆ ที่ทำให้รู้สึกตัวเองมีความท้าทายในการทำงานมากยิ่งขึ้น หาทักษะใหม่ๆ ที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ในทุกๆ วัน 

จัดตารางงานให้เหมาะสม ไม่หักโหมทำงานหนักมากเกินไป 

สร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน เช่น ทำงานเสร็จแล้วจะไปกินอาหารที่อยากกิน จะไปเล่นกีฬา จะไปดูหนังที่ชอบหรืออ่านหนังสือที่ชอบ จะทำให้เรามีแรงจูงใจในการทำงานขึ้นมาได้ 

ปรับความคิดให้เลิกเกลียดเช้าวันจันทร์ เพื่อเปิดลิ้นชักแห่งความสดใสในใจของตัวเองจะได้ตื่นไปทำงานด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข


Source

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16138750/ 

https://www.sciencedaily.com/releases/2025/07/250706230309.htm 

https://www.thaipbs.or.th/now/content/2932 

https://www.calm.com/blog/monday-blues 

 

Related Articles

รู้ไหมว่า…การได้เป็นแฟนคลับศิลปินที่รักเยียวยาจิตใจได้

รู้ไหมว่า…การได้เป็นแฟนคลับศิลปินที่รัก เหมือนการได้ชาร์จแบตหัวใจ ให้กลับมามีพลังในการใช้ชีวิตอีกครั้ง ทุกคนรู้ไหมว่าการเป็นติ่งเป็นความสัมพันธ์ที่แสนพิเศษ ถามว่าทำไมนะหรอ เพราะเราสามารถรักคนแปลกหน้าได้ ทั้งๆ ที่ เราไม่เคยรู้จักหรือพบหน้ากันด้วยซ้ำ บางคนอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่แท้จริงแล้ว การได้เป็นติ่งมีคุณค่าทางด้านจิตใจอย่างมากมายมหาศาล  เพราะการเป็นติ่งเหมือนเป็นการได้ชาร์จแบตหัวใจ เยียวยาจิตใจจากความเหนื่อยล้า ให้กลับมามีพลังในการใช้ชีวิตต่อไป เป็นเหมือนที่ปลอดภัยทางใจที่ทำให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจเวลาที่เราได้นึกถึงเขา หรือเป็นเหมือนแรงบันดาลใจ ที่ทำให้เราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก  เพราะการที่ใครบางคนจะกลายมาเป็นศิลปินที่เก่งและมีชื่อเสียง

Children's Day

How to เกลาเด็กเล็กอย่างถูกวิธี เพื่อที่จะเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ

การขัดเกลาเด็กเล็กอย่างถูกวิธี เพิ่มโอกาสให้เด็กเติบโตมามีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุข หลายคนคงเคยเห็นเด็กเล็กๆ อายุ 1 – 2 ขวบ กรีดร้องกลางห้าง ตีผู้อื่นหรือ ดื้อไม่ยอมกินข้าวกันใช่ไหมคะ หลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไมเขาถึงเป็นเช่นนั้น เขาดื้อเหรอ หลายคนมักเรียกว่า “วัยทองของเด็ก” แต่แท้จริงแล้ว อาจจะเป็นวิธีการสื่อสารของเด็กน้อยที่จะใช้เสียง หรือการกระทำมากกว่าคำพูด  เพราะเด็กน้อยไม่รู้ว่าจะบอกความรู้สึกในใจออกมายังไงว่าเขาต้องการอะไร

Self Investment

เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการลงทุนกับตัวเอง จะเพิ่มโอกาสชีวิตและเปลี่ยนชีวิตไปตลอด

การลงทุนกับตัวเอง เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสที่จะเข้ามาในชีวิต สวัสดีปีใหม่นะคะทุกคนปีนี้เรามาเริ่มต้นปีด้วยกันลงทุนกับตัวเองกันดีกว่าค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการหาความรู้ใส่ตัว พัฒนาตัวเอง การดูแลสุขภาพ ดูแลร่างกาย การกินอาหารที่ดี การดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ การดูแลความรู้สึกจิตใจของตัวเอง การวางแผนการเงินให้ตัวเองเพื่อใช้จ่ายในอนาคต ฯลฯ เพราะการลงทุนเหล่านี้จะติดตัวเราไปเสมอไม่ว่าเราจะไปอยู่ที่ไหน และไม่มีใครขโมยไปจากเราได้ค่ะ เราเชื่อว่าการลงทุนกับตัวเองเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะมันอาจจะไม่ได้เห็นผลในวันนี้แต่เราจะเห็นผลในระยะยาวค่ะ เรายังเชื่ออีกว่าการลงทุนกับตัวเองคือ “การรักตัวเอง” อย่างหนึ่ง