ความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจระหว่างบุรุษเพศและสตรีเพศ

ครั้งก่อนผมเขียนเรื่องแรงกดดันต่อสตรีเพศในช่วงโควิดที่มีหน้าที่ทั้งเรื่องงานและดูแลบ้านมาเขียนได้รับความสนใจจากผู้อ่านกันเยอะ (ไปอ่านกันที่นี่นะครับ คลิก) ครั้งนี้ผมขอลงลึกเพิ่มเติม 2-3 เรื่องเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจระหว่างบุรุษเพศและสตรีเพศ 

เรื่องแรกเกี่ยวกับทางเลือกอาชีพของคนในสังคมไทยที่ถูกกำกับด้วยวิถีการแบ่งบทบาทหญิงชายตามค่านิยมเดิมๆ สถิติในประเทศเราจะเห็นว่ายังมีสตรีเพศอยู่ในสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีน้อยกว่าชาย ซึ่งในยุคนี้เป็นสายที่มีโอกาสทางอาชีพเปิดกว้างมากกว่า ยิ่งเข้าทำงานแล้วอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น วิศวกรรมหรือปัญญาประดิษฐ์ก็ยังถูกมองว่าเป็นอาชีพที่เหมาะกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง (ตัวเลขจาก World Economic Forum ระบุว่า สัดส่วนของนักวิชาชีพด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นผู้ชายยังนำลิ่วทิ้งห่างผู้หญิงร้อยละ 78 ต่อร้อยละ 22) 

ในโลกยุคดิจิทัลที่ automation หรือปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทกับงานมากขึ้น ทักษะคนคนทำงานต้องเปลี่ยนไป ภาคธุรกิจที่จ้างงานสตรีเพศอยู่เยอะๆ อย่างท่องเที่ยว สายการบิน บริการ ร้านอาหาร และรีเทล จะโดนกระทบยังไง ทั้งภาครัฐและเอกชนควรคิดเตรียมแผน reskill ให้กับพวกเธออย่างจริงจังชัดเจนนะครับเพื่อที่จะได้พร้อมเมื่อเวลานั้นมาถึง 

Entrepreneurship ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ภาครัฐและเอกชนควรสนับสนุนสตรีเพศมากขึ้น องค์กรใหญ่ๆ บางแห่งเพิ่มสัดส่วนผู้บริหารสตรีมากขึ้น หรือขึ้นเป็น CEO เลยก็มี เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่สำหรับสตรีที่อยากตั้งไข่ธุรกิจของตัวเอง ภาครัฐน่าจะให้ความสำคัญเยอะๆ อย่าง กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เริ่มต้นได้ดีกับพวกธุรกิจ SME หรือ OTOP แต่อยากให้ขยายรวมถึงธุรกิจในโลกใหม่ด้วย ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องเข้าใจกับบริบทธุรกิจใหม่ๆ อย่างแพล็ตฟอร์มหรือสตาร์ทอัพต่างๆ ไม่งั้นก็จะมองจำกัดการสนับสนุนแค่ธุรกิจรูปแบบเดิมๆ เท่านั้น 

ในด้านสวัสดิการก็สำคัญ ภาครัฐควรปรับปรุงระบบสวัสดิการดูแลเด็กและครอบครัวให้ดี เช่นลงทุนกับเรื่องจับต้องได้อย่างสถานรับเลี้ยงเด็ก ทำให้ดีให้คุณแม่สบายใจที่จะฝากบุตรไว้ มีโอกาสทำงานมากขึ้น ในขณะเดียวกันเพื่อมิให้สมดุลย์หายไปมัวแต่ทำงานกันอย่างเดียว องค์กรหรือนายจ้างต่างๆ ก็ควรเปิดกว้างเรื่องการแบ่งเวลา  นโยบาย flexible work scheme มีออกกฎไปให้ชัดเจน อย่าให้พวกเธอต้องกลัวที่จะใช้สิทธิเรื่องพวกนี้เพราะกลัวโดนเพ่งเล็ง กลัวตกงานเพราะถ้าให้องค์กรเลือกก็จะเลือกเก็บผู้ชายไว้ก่อน ความคิดแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น

เรื่องพวกนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ นะครับ แต่บทวิจัยของ McKinsey เค้าบอกว่าไอ้การลดความเหลื่อมล้ำระหว่างบุรุษเพศและสตรีเพศในเรื่องพวกนี้แหละที่จะส่งผลทางบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกในอนาคต อย่างแน่นอน ถึงเวลาที่เราจะต้องขยับตัวกันจริงจังแล้วไหมครับ  

PRESIDENT OF SANSIRI PLC

Related Articles

มนุษย์เป็ด jack of all trades

เรื่องเล่าเหล่ามนุษย์เป็ด

ก่อนหน้าผมได้เชิญเด็กรุ่นใหม่สองคน อย่างน้องหมูแฮม Gen Z ที่กำลังจะจบปริญญาตรี กับน้องแสนดี Gen Alpha ที่กำลังเรียนชั้นมัธยมต้น รร นานาชาติ มานั่งคุยอัด podcast ด้วยกัน จังหวะนึงน้องเค้าพูดถึง “มนุษย์เป็ด” ขึ้นมา เราก็ชะงักไปนิดสิครับ ต้องออกปากถามว่าคืออะไร (สงสัยผมอายุมากเกินไปหรือเปล่าไม่รู้!)

เท่าไหน ที่เท่ากัน? เพราะเราไม่ได้ขอสิทธิ์ที่มากกว่า แค่ขอให้ได้ “เท่ากัน”

‘ทุกคนเท่ากัน’ คำพูดที่พูดได้ง่าย แต่กลับทำให้เกิดขึ้นจริงได้ไม่ง่ายนัก และเบื้องหลังยังแฝงการเรียกร้องพร้อมยืนหยัดจากใครหลายคนที่มีความแตกต่างไปจากสิ่งที่สังคมคุ้นเคย เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ เสรีภาพ และการยอมรับในความแตกต่างหลากหลายนั้นมาตั้งแต่ในอดีต รวมไปถึง…การยืดหยัดเพื่อความเท่าเทียมทางเพศด้วยเช่นกัน คุยนอกทวีตกับคุณเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ของแสนสิริ คราวนี้ กับคำถามที่ว่า “เท่าไหน ที่เท่ากัน” EP.02 มาพร้อมกับ Speaker สุดพิเศษถึง 2

The Great Reset มองอนาคตผ่านสายตาคนต่างวัย โลกนี้จะหน้าตาแบบไหนกัน?

ในช่วงที่ COVID-19 กระจายตัวไปทั่วโลก หลายคนอาจนึกถึงหรืออาจเคยได้ยินคำที่ว่า “The Great Reset” กันมาบ้าง ก็เพราะ COVID-19 นี้เองได้กลายเป็นเหมือนตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ของสังคมเราให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับกดปุ่มรีเซ็ตใหม่! เมื่อการรีเซ็ตครั้งใหญ่ หรือ The Great Reset ได้ย่างกรายเข้ามา จึงทำให้โลกเริ่มเปลี่ยนไปจากที่เราเคยรู้จัก

close

ฟรี eBook 10 เทคนิคแต่งบ้านให้ดูหรู โดยที่ไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป

(เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านมือใหม่!)