Jose Mourinho

จิตวิทยาการคุมทีมฟุตบอล กับสุดยอดโค้ช Jose Mourinho

Jose Mourinho สุดยอดโค้ช

Jose Mourinho คุณเป็นแฟนบอลของเชลซีใช่ไหม ถ้าคำตอบคือ “ไม่ใช่” ผมเชื่อได้เลยว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่เหม็นหน้า José Mourinho อย่างแน่นอน แต่ถ้าคุณสนใจในเรื่องของจิตวิทยา คุณควรจะทึ่งกับ approach ที่เค้านำมาใช้กับวงการฟุตบอลเพราะเค้าเป็นที่ยอมรับของบรรดานักมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ว่าเป็นผู้จัดการทีมที่เก่งในด้านจิตวิทยามากที่สุดของโลก และนี่คือข้อแตกต่างที่ทำให้เค้า standout จากคนอื่นๆ อย่างชัดเจน

135106755_resize Mourinho เชื่อว่าสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างให้กับ ชัยชนะ หรือความพ่ายแพ้ และเป็นสิ่งหนึ่งที่บรรดาโค้ชและผู้จัดการทีมฟุตบอลทั่วไปยังมองข้ามไปก็คือ จิตวิทยาที่จะถูกนำมาใช้ในการดึงเอาศักยภาพของนักกีฬาแต่ละคนมาให้ได้มากที่สุดและเค้าก็มีแนวคิดที่น่าสนใจในเรื่องนี้หลายๆ มุม แต่ผมขอเลือกที่ผมศึกษาและอ่านเจอ 2 ประเด็นที่น่าสนใจมากที่สุดมาเล่าให้ฟัง

  1. Mourinho เลือกที่จะไม่ สั่ง ให้ลูกทีมเค้าทำอย่างที่ต้องการแต่ใช้หลักการที่เรียกว่า Guided Discovery ที่ผมอ่านแล้วคิดว่านี่คือวิธีคิดที่สุดยอดของโค้ชระดับโลกของจริง

“Players at this level don’t accept what they’re told simply because of the authority of the person who’s saying it. We have to show them that we’re right. I call it ‘guided discovery’; that is they discover according to my clues. I construct practice situations that will lead them on a certain path.”

  1. Mourinho เลือกที่ให้ทีมของเค้าประกอบไปด้วย “นักรบ” เป็น “ผู้รอดชีวิต” ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ถูกคัดเลือกด้วยกระบวนการมาแล้ว และพร้อมจะสู้ถวายหัวร่วมกัน โดยจะสังเกตุได้ง่ายๆ ว่าเค้าจะไม่เคยเรียกลูกทีมว่า “boys” หรือ “lads” ที่เป็นศัพท์แสลงของอังกฤษเลย แต่เค้าเลือกที่จะใช้คำว่า “men” เพื่อให้เกียรติและยกระดับลูกทีมของเค้าทุกคน

“I only go to war with those I trust.” นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของ Mourinho ผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ผมเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เข้ามา disrupt วงการฟุตบอลได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว

Related Articles

กระเพราไก่ Chicken Basil

เมื่อสงครามรัสเซีย-ยูเครน กระทบถึงข้าวไก่กะเพราของชาวบ้าน

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่เกิดขึ้นอีกฟากโลกหนึ่งส่งผลกระทบต่อดัชนีราคาอาหารทั่วโลก ทุกคนได้ผลกระทบไปกันหมด จากรายงานขององค์การอาหารและการเกษตร แห่งสหประชาชาติ หรือ FAO บอกว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาหารโลกพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนมีนาคม แตะระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมา (FAO ก่อตั้งและเริ่มเก็บตัวเลขในปี 1990) เพราะรัสเซียและยูเครนเป็นผู้ผลิตข้าวสาลีกำส่วนแบ่ง 28% ของตลาดโลก ซึ่งหมายถึงวัตถุดิบที่นำมาทำขนมปัง แป้งโรตี แป้งนาน ฯลฯ ที่เป็นอาหารพื้นฐานของคนทั่วโลกขาดตลาด สำหรับน้ำมันดอกทานตะวันซึ่งเป็นน้ำมันพืชชนิดหนึ่งที่ทั่วโลกนิยมใช้ปรุงอาหาร

stop war peace now no war

เพศสภาพ สงคราม และสันติภาพ

มุสโสลินี เผด็จการฟาสซิสต์ชาวอิตาเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “War is to men as maternity is to women” “สงครามเป็นเรื่องของผู้ชายฉันใด ความเป็นแม่ก็คือเรื่องของผู้หญิงฉันนั้น” แม้จะเป็นคำกล่าวที่นานมาแล้วแต่เชื่อสิครับว่าแนวคิดดังกล่าวยังแฝงตัวอยู่ในโลกปัจจุบันไม่ได้หายไปไหน ถึงโลกเราจะมีพลวัตรเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม ความคิด น้อมรับเรื่องของความเท่าเทียมทางเพศและความหลากหลายมากขึ้น สงคราม ก็ยังเป็นหัวข้อที่เชื่อมโยงกับบุรุษเพศมากกว่าสตรีเพศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้อ่านลองพิจารณากรณีล่าสุดของสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนดูครับ

women stereotypes, gender bias, break the ice

“ความอคติด้วยเพราะเพศ” บทเรียนและตัวอย่างในอดีต กับความท้าทายสำหรับอนาคต

“รถคันนี้ขับไม่ได้เรื่องเลย เชื่อไหมว่าคนขับเป็นผู้หญิงแน่ๆ” เคยไหมครับที่ท่านผู้อ่านคิดแบบนี้เวลาเจอรถคันข้างหน้าทำเราหงุดหงิด หรือเวลาเลือกซื้อการ์ดวันเกิดให้ลูกหลานตัวเอง ผมเชื่อเลยครับว่าผู้อ่านต้องไม่เคยหาการ์ดรูปนักผจญภัย นักสำรวจที่เป็นเด็กผู้หญิง ใช่ครับ นี่คือเรื่องของ “ความอคติด้วยเพราะเพศ” หรือ Gender Bias ที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เราอยู่กับมันมานานมาก นานเสียจนเราไม่เคยคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญ ต้องยอมรับว่าเรื่อง Gender Bias หรือ Gender Stereotypes