ชวนทำความรู้จัก “KINTSUGI”
ศิลปะการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต
ท่ามกลางรอยแตกร้าว จะมีสิ่งดีๆ ซ่อนอยู่ได้อย่างไร?
มนุษย์แทบทุกคนต้องการความสมบูรณ์แบบในชีวิต และมองว่าชีวิตที่ดีที่สุดจะต้องมีรอยร้าวหรือบาดแผลให้น้อยที่สุด แต่กลับลืมมองไปว่า บาดแผลที่เกิดขึ้นในชีวิตอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ใครบางคนเติบโต เข้มแข็ง และใช้ชีวิตเดินต่อไปได้
เหมือนดั่งปรัชญาของชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า “KINTSUGI” หรือการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิตเป็นศิลปะการซ่อมแซมเซรามิกด้วยการประสานโลหะสีทอง หรือ สีเงิน เพื่อให้เห็นรอยแตกร้าวที่ชัดเจน ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่นที่เชื่อว่า รอยแตกร้าวในชีวิตไม่ใช่สิ่งปกปิด แต่เป็นสิ่งย้ำเตือนว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง และเราไม่จำเป็นต้องแก้ไขสิ่งต่างๆ ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม 100%
สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า ชีวิตไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ เราทุกคนมีช่วงที่เราแตกสลายได้ และเราสามารถประกอบตัวเองขึ้นมาได้เช่นกัน โดยเราไม่จำเป็นต้องกลับมาเป็นคนเดิม
คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และร่องรอยการแตกสลายทำให้เห็นว่ามนุษย์ไม่มีใครสมบูรณ์แบบและบาดแผลเป็นเรื่องราวอันทรงคุณค่าที่ทำให้เราแข็งแกร่งและเข้มแข็งขึ้น
วันนี้ Mental Life by Chanisara ขอชวนทุกคนมาหาคำตอบกันว่า “KINTSUGI” ศิลปะการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิตจะมาเปลี่ยนความคิดของเราได้อย่างไร

“KINTSUGI” คืออะไร
KINTSUGI หรือ คินทสึงิ คือ ศิลปะการซ่อมแซมเครื่องเซรามิกที่แตกหัก เพื่อประกอบขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยใช้ยางรักประสานรอยร้าวเชื่อมด้วยทองคำ ผงโลหะ หรือแพลทินัม เพื่อให้เห็นถึงรอยแตกที่งดงามอันเป็นศิลปะของชาวญี่ปุ่น
คนญี่ปุ่นจึงนำปรัชญานี้มาใช้ในการดำเนินชีวิต เพราะมองว่าความไม่สมบูรณ์แบบเป็นสิ่งแปลกใหม่และมีคุณค่า เราจึงไม่ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมือนเดิม เพราะเชื่อว่าชีวิตมนุษย์ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ทุกคนย่อมมีรอยแตกร้าวในชีวิต มีบาดแผล และความเจ็บปวด แต่ทุกรอยแผลคือบทเรียนที่งดงามที่จะทำให้เรากลายเป็นคนใหม่จากเศษเสี้ยวคนเดิม
สะท้อนให้เห็นว่าความไม่สมบูรณ์แบบของการแตกร้าว คือความงดงามอย่างหนึ่ง
แนวคิดความงดงามของชีวิตแบบ “KINTSUGI”
ผ่าน 3 บทเรียนดังต่อไปนี้
1.มนุษย์สามารถซ่อมแซมสิ่งที่แตกไปแล้วได้
ถ้วยชามที่แตกสามารถประกอบขึ้นมาใหม่ เปรียบเสมือนกับชีวิตที่บางครั้งเราก็อาจแตกสลายได้ มีบาดแผล มีเรื่องที่ไม่สมหวัง แต่เราสามารถซ่อมแซมหัวใจที่บอบช้ำของเราได้เสมอ ไม่ว่าเราจะเจออะไรมาก็ตาม
2.ความสมบูรณ์ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิม
การเยียวยาความเจ็บปวดไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องกลับมาเป็นเหมือนเดิม 100% แต่เราสามารถเป็นคนใหม่ โดยใช้ร่องรอยบาดแผลในอดีตเป็นบทเรียน ทำให้เรามีจิตใจที่เข้มแข็ง เติบโต และก้าวไปข้างหน้าได้อย่างงดงาม
3.บาดแผลย่อมมีความงดงามที่ซ่อนอยู่
ทุกบาดแผลทำให้เรามองชีวิตของตัวเองชัดเจนขึ้น และมองเห็นบทเรียนจากการที่เราก้าวข้ามบาดแผลนั้นมาได้ นั่นคือความงดงามที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง เพราะอย่างน้อยจะทำให้เรารู้ว่าเราแข็งแกร่งมากเพียงใด
รอยร้าวไม่ได้ลดคุณค่าของเรา
บาดแผลที่เกิดขึ้นในชีวิตไม่อาจบั่นทอนคุณค่าในตัวเรา แต่ละครั้งที่มนุษย์เราเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกติดกับความสำเร็จและมองว่าบาดแผลหรือความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว ทำให้คุณค่าในตัวเราหายไป
KINTSUGI ชี้ให้เห็นว่าทุกคนมีคุณค่ามาตั้งแต่แรก และความผิดพลาดหรือความล้มเหลว ไม่ได้ทำให้คุณค่าของเราทุกคนนั้นหายไป และร่องรอยบาดแผลที่เกิดขึ้นทำให้เราได้เรียนรู้ เติบโต และเป็นคนใหม่ ถึงแม้จะยังมีเศษเสี้ยวความเป็นตัวเองอยู่บางส่วน แต่ร่องรอยบาดแผลที่ทิ้งไว้ สามารถทำให้เรากลายเป็นคนใหม่ได้โดยที่ไม่มีใครเหมือน
เราเชื่อว่าความสมบูรณ์แบบที่แท้จริงอาจไม่ใช่การปกปิด แต่เป็นการเรียนรู้และแก้ไข เพราะความไม่สมบูรณ์แบบคือความงดงามเฉพาะตัวที่มนุษย์ทุกคนพึงมี
“KINTSUGI”
สะท้อนให้เห็นว่าความไม่สมบูรณ์แบบคือความสวยงามที่สุดในชีวิตมนุษย์
Source
https://www.realsimple.com/japanese-art-of-kintsugi-embracing-imperfection-12011030

