ชวนรู้จัก “Turtle Theory”
เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคงสู่ความสำเร็จ
ตอนเด็กๆ หลายคนคงเคยได้ยินนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่ากันใช่ไหมคะ ถึงเต่าจะเชื่องช้า แต่เขาไม่เคยหยุดเดิน จนเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ เช่นเดียวกับ “Turtle Theory” ในมุมที่เราจะสื่อถึงอาจไม่ใช่ทฤษฎีทางจิตวิทยาโดยตรง แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้ค้นพบความหมายของชีวิต นั่นคือ การลองก้าวเดินอย่างช้าๆ ชะลอชีวิต ไม่ต้องไปโฟกัสว่าใครจะเดินเร็วกว่าเรา ซึ่งเป็นการลดความเครียดและปกป้องหัวใจของตัวเอง
ในโลกยุคปัจจุบันที่ทุกคนวิ่งเร็วกันไปหมด เพื่อวิ่งหาแต่ความสำเร็จ แต่เพียงแค่เราถอยกลับมาคิดว่า บางทีการที่เราเดินช้ากว่าคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้ การเดินช้าไม่ได้แปลว่าเราขี้เกียจ รวมถึงการที่เราค่อยๆ เดิน ไม่ได้แปลว่าเราทำสิ่งต่างๆ น้อยลง แต่เป็นการช่วยให้เราดึงสติกลับมาโฟกัสว่าสิ่งไหนที่เราทำแล้วสำคัญกับชีวิต หรือสิ่งไหนที่ทำแล้วเรามีความสุขจริงๆ
วันนี้ Mental Life by Chanisara จะพาไปหาคำตอบกันว่า การใช้ชีวิตให้ช้าลงจะพาเราไปสู่ความสำเร็จได้อย่างไรกันค่ะ

“Turtle Theory” การก้าวเดินอย่างช้าๆ ที่แสนพิเศษ
หากถามว่าในโลกที่ทุกอย่างหมุนเร็วเต็มไปหมด หลายๆ คนใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ด้วยความกลัวว่าตัวเองจะต้องเดินช้ากว่าคนอื่น หรือไม่ทันคนอื่น แต่ในความเป็นจริง การก้าวเดินไปอย่างช้าๆ แบบ “Turtle Theory” โดยไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องแข่งกับใคร เดินไปสู่เป้าหมายตามจังหวะชีวิตของตัวเอง
แม้ว่าทฤษฎีดังกล่าวไม่ใช่ทฤษฎีทางจิตวิทยา แต่ได้รับการพูดถึงอย่างแพร่หลายในอินเทอร์เน็ต รวมถึงในมุมของเรามองว่า การก้าวเดินอย่างช้าๆ เป็นการก้าวเดินที่แสนพิเศษ เพราะจะทำให้เรามีเวลาคิด ไตร่ตรอง วางแผนและลงมือทำอย่างมีสติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำพาให้เราไปสู่ความสำเร็จในที่สุด เพราะการก้าวเดินอย่างช้าๆ ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ประสบความสำเร็จนั่นเองค่ะ
ใช้ชีวิตช้าลง ไม่ได้แปลว่าสำเร็จไม่ได้
การใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจและการใช้ชีวิตประจำวันได้ ด้วยความเครียด ความวิตกกังวล จนไม่มีสติหรือไม่มีสมาธิทำสิ่งต่างๆ และอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ เราอาจจะคิดว่าเราต้องรีบทำทุกอย่างไปหมดให้ทันคนอื่น เช่น รีบพัฒนาตัวเอง รีบประสบความสำเร็จ รีบหาเงินให้ได้มากๆ รีบมีบ้านมีรถ แต่ในอีกมุม เราไม่ต้องรีบตลอดเวลาก็ได้ เราแค่ค่อยๆ เดินอย่างช้าๆ ทีละก้าว ไปยังเป้าหมายของตัวเอง
บางคนอาจจะเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ แล้วกลับมาถามตัวเองว่าทำไมเราถึงไม่ไปถึงเป้าหมายนั้นสักที ในมุมของเรา เราคิดว่าทุกคนมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง
ความสำเร็จของคนเรา อาจไม่ได้ถูกกำหนดด้วยอายุ หรือการศึกษาเสมอไป แต่อยู่ที่ว่าเราตั้งเป้าหมายอะไร และพึงพอใจในสิ่งที่มีแล้วหรือยัง ซึ่งแต่ละคนก็มีเป้าหมายและความพึงพอใจที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราจึงไม่ควรนำความสำเร็จของคนอื่นมาเปรียบเทียบกับตัวเอง
และการที่เราไม่ประสบความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ประสบความสำเร็จในอนาคต และการก้าวเดินอย่างช้าๆ ไปตามจังหวะชีวิตอย่างมั่นคงทำให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จได้เช่นกัน
5 วิธี ทำสิ่งต่างๆ ช้าลงเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น
“Laura Malloy” ผู้อำนวยการโครงการด้านสูงวัยจากสถาบันเบนสัน-เฮนรี เพื่อการแพทย์ทางกายและทางใจ ได้กล่าวถึง 5 วิธี ทำสิ่งต่างๆ อย่างช้าๆ ไว้ดังนี้
หันมาใส่ใจกับสิ่งที่เราต้องทำทุกวัน หากเราใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราต้องทำอยู่ในชีวิตประจำวัน เราจะสามารถทำสิ่งต่างๆ ช้าลงไปด้วย ซึ่งทำให้เรามีสมาธิกับสิ่งที่ทำ
เดินอย่างช้าๆ เพื่อฝึกสติ เพราะการเดินถือว่าเป็นการฝึกสติอย่างหนึ่งให้เราโฟกัสว่า เราจะเดินจากจุด A ไปจุด B และสัมผัสกับบรรยากาศที่อยู่รอบตัว
ลองพักโซเชียลมีเดีย การออกมาจากโลกออนไลน์บ้าง ช่วยให้เราได้เยียวยาหัวใจทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้น การปล่อยจิตใจล่องลอยไปโดยธรรมชาติสามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มทักษะการแก้ปัญหาในชีวิตได้
ลองทำงานบ้านเพียงอย่างเดียว และโฟกัสให้เราทำเสร็จไปทีละอย่าง จะทำให้เรารู้สึกพึงพอใจกับสิ่งที่ทำ
หาสิ่งใหม่ๆ หรือกลับไปสิ่งที่เคยทำ การได้ใช้เวลาไปกับการโฟกัสในสิ่งที่เราทำ หรือสิ่งที่เราเคยชอบ จะทำให้เรามีสมาธิยิ่งขึ้นค่ะ
การที่เราเดินช้าอาจจะนำพาให้เราไปพบกับความสำเร็จที่มั่นคง และทำให้ชีวิตเราดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
Source
https://medium.com/write-a-catalyst/turtle-theory-is-the-way-of-life-76e1c4d840b8
https://www.health.harvard.edu/healthy-aging-and-longevity/taking-it-slow
https://link.springer.com/article/10.1186/s40359-025-03654-4

