Equally Golden Quotes:
ประโยคเท่าเทียม
สะท้อนความเท่ากัน จากซีรีส์ หนัง และสารคดี

ไม่ว่าจะในโซเชียลมีเดีย เวทีการเมือง หรือกระแสสังคมโลก ประเด็นเรื่องความเท่าเทียมยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งในปี 2022 นี้ ความเท่าเทียมมีพื้นที่สื่อมากขึ้น โดยเฉพาะในสื่อบันเทิงอย่าง ภาพยนต์ ซีรีส์ และสารคดี จะเห็นได้ว่าประเด็นความเท่าเทียมถูกถ่ายทอดออกมาหลายมิติ แสนสิริเลยขอชวนไปดู 4 หนังดี ที่เล่าเรื่องความเท่าเทียมได้อย่างเฉียบคม พร้อมทั้งคัดเอาประโยคเด็ดจาก 4 เรื่องนี้มาฝากกัน บอกเลยว่าอ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจแน่นอน

Atypical : เด็กชายผู้เป็นออทิสติกกับการเข้าสู่โลกของคนปกติ

Atypical, ซีรีส์, netflix, หนังเด็กออทิสติก, ซีรีส์เด็กออทิสติก

สำหรับคุณ คำว่า ‘ปกติ’ หมายถึงอะไร? หมายถึงความไม่พิการ หรือการไม่เจ็บป่วย? หรือต้องไม่ผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่สังคมส่วนใหญ่เป็นใช่มั้ย? นี่เป็นคำถามที่ ‘แซม’ ตัวเอกจากซีรีส์ Atypical ยังคงพยายามหาคำตอบ

Atypical คือซีรีส์ดราม่าคอมเมดี้จาก Netflix ที่เล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของแซม เด็กหนุ่มวัย 17 ปีที่มีอาการออทิสติก ผู้ซึ่งพยายามจะเข้ากับโลกของ “คนปกติ” ให้ได้ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาก็มักจะถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดเสมอ เพราะสังคมมักมองว่าเขาไม่เข้าใจคนปกติ แต่หากมองในทางกลับกันแล้ว คนที่ว่าปกติเหล่านั้นก็ไม่ได้พยายามจะเข้าใจเขาเหมือนกัน

“คนชอบคิดว่าผมไม่รู้ตัวเวลาที่ถูกแกล้ง ผมรู้ตัวนะ แต่ผมมักไม่ค่อยรู้ว่าทำไมถึงโดน ทำให้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่”

ประโยคนี้ของแซมสะท้อนมายาคติของสังคมต่อเด็กออทิสติกได้เป็นอย่างดี หลายคนเข้าใจว่าคนที่มีอาการออทิสติกจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตามโลกไม่ทัน และไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดหรือทำ ทำให้พวกเขาต้อง กลายเป็นเป้าของการกลั่นแกล้งไปซะอย่างงั้น

Atypical, ซีรีส์, netflix, หนังเด็กออทิสติก, ซีรีส์เด็กออทิสติก

ที่จริงแล้ว สิ่งที่สังคมควรเข้าใจคือ คนที่มีอาการออทิสติกก็มีความรู้สึกเหมือนกับคนอื่นๆ เพียงแต่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจอารมณ์จากสีหน้าท่าทางได้เท่านั้น และต้องอาศัยการพูดหรืออธิบายแทน ดังนั้น สิ่งที่ควรทำคือสื่อสารกับพวกเขาอย่างถูกวิธี และมองว่าเขาก็คือเพื่อนคนหนึ่ง ไม่ใช่มองพวกเขาเป็นสนามอารมณ์ที่จะกลั่นแกล้งหรือพูดอะไรแย่ๆ ใส่ยังไงก็ได้

“มีเพียง 9% ของผู้ใหญ่ที่มีอาการออทิสติกที่ได้แต่งงาน ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่อยากแต่ง แต่เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ลูกชายคุณก็อยากได้ความรักเหมือนพวกเราทุกคนนั่นแหละ”

ประโยคนี้คือสิ่งที่ ‘จูเลีย’ นักจิตวิทยาของแซมบอกกับพ่อแม่เขา เมื่อเห็นว่าแซมเริ่มสนใจเพศตรงข้าม และอยากมีแฟนเหมือนกับเด็กม.ปลายทั่วๆ ไป นั่นก็เพราะจูเลียมองว่าแซมสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้เหมือนคนอื่น เขาเพียงแต่ต้องได้รับโอกาสที่จะเรียนรู้เท่านั้น และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งใจความสำคัญที่ซีรีส์ต้องการสื่อให้คนดูเห็น ว่าคนที่มีอาการออทิสติกก็คือ ‘คนปกติ’ ที่ควรจะได้รับความรัก ได้เข้าใจ และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เหมือนกับทุกคน

Atypical ไม่ได้เล่าแค่เรื่องราวของแซม แต่ยังถ่ายทอดความหลากหลายในมิติอื่นๆ ออกมาได้อย่างกลมกล่อม ไม่ว่าจะเป็นความรักของเลสเบี้ยน การเรียกร้องความเท่าเทียมในโรงเรียน หรือความสัมพันธ์ของพ่อแม่ที่เรียนรู้ไปพร้อมลูก ทำให้เราได้เห็นมุมที่ทั้งอบอุ่น น่ารัก ฮา ดราม่า และซาบซึ้งปะปนกันไป เป็นซีรีส์ที่ทำให้เราอินไปกับตัวละคร และเข้าใจอาการออทิสติกอย่างลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกตอน

A Secret Love : เมื่อความรักต้องเป็นความลับ ในยุคที่การเป็นเลสเบี้ยนคือบาป

a secret love, netflix, ซีรีส์, lgbtqi+

ลองจินตนาการดูว่าจะเจ็บปวดแค่ไหน ถ้าต้องเก็บซ่อนความรักไว้เป็นความลับ เพราะรู้ว่าถ้าถูกจับได้ขึ้นมา คุณและคนรักจะถูกเหยียดหยามและได้รับการปฎิบัติราวกับไม่ใช่คน

นั่นคือสิ่งที่ ‘แพท’ และ ‘เทอร์รี่’ คู่รักเลสเบี้ยนชาวแคนาดาต้องเผชิญมาหลายศตวรรษ เรื่องราวของพวกเธอถูกถ่ายทอดผ่านสารคดี ‘A Secret Love’ ของ Netflix ความรักของทั้งสองต้องถูกเก็บเป็นความลับนานหลายสิบปี จนกระทั่งพวกเธอตัดสินใจเปิดเผยความสัมพันธ์ที่แท้จริงต่อโลก ในวัย 80 ปีว่าพวกเธอไม่ใช่ ‘เพื่อน’ กันอย่างที่พวกเธอเฝ้าบอกทุกคนรวมทั้งครอบครัวตลอดมา

แพทและเทอร์รี่พบกันครั้งแรกในปี 1947 เทอร์รี่ในวัย 22 ปีตอนนั้นคือนักเบสบอลหญิงดาวรุ่ง เรียกได้ว่าเธอแหวกขนบทางเพศตั้งแต่ยังสาว เพราะเบสบอลถูกมองว่าเป็นกีฬาของผู้ชายเท่านั้น ส่วนแพทเล่าว่าตอนนั้นเธออายุ 18 ปี และเมื่อได้พบกับเทอร์รี่ เธอก็รู้ทันทีว่านี่แหละคือรักแท้

“ในยุค 40 เราต้องระวังตัวสุดๆ เพราะสองในสามของชาวอเมริกันมองคนรักร่วมเพศด้วยความรังเกียจ ความอึดอัดใจ หรือไม่ก็ความกลัว”

ช่วงเวลาที่ความรักระหว่างแพทและเทอร์รี่เบ่งบานงดงามที่สุด แต่พวกเธอกลับต้องเก็บมันไว้ให้เงียบที่สุด เพราะในยุคนั้น การรักเพศเดียวกันถือเป็นบาปมหันต์ ตำรวจบุกปิดบาร์เกย์และเลสเบี้ยนพร้อมจับกุมคนในบาร์เป็นเรื่องปกติ แม้แต่จดหมายรักที่แพทและเทอร์รี่ส่งถึงกัน ก็ต้องฉีกปลายกระดาษที่ลงชื่อออกทุกครั้งหลังอ่านจบ เพื่อไม่ให้คนที่มาเจอรู้ว่าใครเป็นคนส่ง

a secret love, netflix, ซีรีส์, lgbtqi+

ถึงแม้สิ่งที่พวกเธอพบเจอจะฟังดูแสนเศร้า แต่สารคดีนี้ก็ไม่ได้ชวนหดหู่ซะทีเดียว มีหลายโมเมนต์ที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจ รับรองว่าเรื่องราวความรักของแพทและเทอร์รี่ตั้งแต่ในวัยสาวจนถึงปัจจุบันจะพาให้คุณอมยิ้ม และเข้าใจอย่างแท้จริงว่า ความรักไม่มีการแบ่งแยกเพศ ‘รักก็คือรัก’

“ฉันไม่สนหรอกว่าเราจะไปที่ไหน ตราบใดที่เรายังอยู่ด้วยกัน เราก็มีความสุขที่สุดแล้ว”

ประโยคที่เรียบง่าย แต่เมื่อออกมาจากปากของคู่รักเลสเบี้ยนที่ฝ่าฟันอุปสรรคอย่างหนักหน่วง มันก็กลายเป็นประโยคชวนน้ำตาซึม ความสัมพันธ์ของแพทและเทอร์รี่คืออีกหนึ่งเครื่องยืนยันที่หักล้างความคิดจากยุคเก่าที่ว่า “ความรักของเลสเบี้ยนไม่ใช่ของจริง เดี๋ยวเวลาผ่านไป พวกเธอก็จะกลับมาชอบผู้ชายเอง” ซึ่งเป็นแนวคิดที่กดทับกลุ่มหญิงรักหญิงมานาน ถ้ากลุ่มคนที่พูดประโยคนี้ได้ดูสารคดี A Secret Love แล้ว ก็คงจะได้เข้าใจว่า ไม่ว่าเพศไหนก็มีรักนิรันดร์ได้ และไม่ควรตีค่าความรักของใครว่าเป็นของปลอม

เทอร์รี่ได้เสียชีวิตลงในปี 2019 ด้วยวัย 93 ปี สิ้นสุดเวลาทั้งหมด 72 ปีที่พวกเธออยู่ด้วยกัน ส่วนแพทก็ใช้ชีวิตต่อไปอย่างสงบและยังคงรักเทอร์รี่ไม่เปลี่ยนแปลง

Milk : ฮาร์วี่ย์ มิลค์ ชายผู้เป็นทั้งเพื่อน ผู้นำ ความหวัง และศูนย์รวมจิตใจของชาวเกย์

ฮาร์วีย์ มิลค์, harvey milk, milk, LGBTQI+

27 พฤศจิกายน 1987 Harvey Milk (ฮาร์วีย์ มิลค์) ถูกลอบสังหารอย่างโหดเหี้ยม การตายของเขานำมาซึ่งความเศร้าโศกและความโกรธแค้น จนระเบิดเป็น ‘The White Night Riots’ หนึ่งในการประท้วงเรียกร้องสิทธิเกย์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ว่าแต่ ฮาร์วีย์ มิลค์ คือใคร? ภาพยนต์เรื่อง ‘Milk’ จะพาคุณไปรู้จักกับชายผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมทางเพศให้กับเกย์ เขาคือนักการเมืองของสหรัฐอเมริกาคนแรกที่เผยตัวว่าเป็นเกย์ และเดินหน้าเรียกร้องสิทธิให้กับชาวเกย์อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสสังคมและการเมืองในยุค 70 ที่ยังคงต่อต้านรักร่วมเพศ

ชีวิตในวงการการเมืองของมิลค์เริ่มต้นในวัย 40 ปี ที่ซานฟรานซิสโก โดยมีแรงสนับสนุนจากคนรักและกลุ่มเพื่อนชาวเกย์จำนวนมาก จนในที่สุดก็รับการเลือกตั้งเข้าไปในสภาที่ปรึกษาแห่งซานฟรานซิสโก มิลค์ทุ่มทั้งกายและใจต่อสู้เพื่อสิทธิให้ชาวเกย์ เขาต่อต้านกฎหมายการไล่เกย์ออกจากชุมชน ช่วยเหลือเด็กที่โดนไล่ออกจากโรงเรียนเพราะเป็นเกย์ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่เขาทำไป จะทำให้เขาถูกฆ่าโดยคนเหยียดเพศเข้าสักวัน

ฮาร์วีย์ มิลค์, harvey milk, milk, LGBTQI+

“คุณควรจะเอาเงินภาษีมาปกป้องเรา ไม่ใช่เอามาควบคุมเรา คุณต้องไปห่วงเรื่องการควบคุมปืน ไม่ใช่ควบคุมกัญชา และห่วงเรื่องอุปกรณ์การสอนของนักเรียน ไม่ใช่ห่วงในสิ่งที่เราอ่าน”

คำปราศรัยของมิลค์ยืนยันว่าเงินภาษีที่ถูกเก็บไปต้องถูกใช้ปกป้องประชาชนทุกคน ไม่ใช่นำมาริดรอนสิทธิ์พวกเขา มิลค์โชว์ให้เห็นว่าเขาไม่ได้สู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศเท่านั้น แต่ยังสู้เพื่อชนชั้นแรงงาน คนยากจน และกลุ่มคนชายขอบอื่นๆ ด้วย เพราะความเท่าเทียมทางเพศจะเกิดได้ ก็ต้องมีความเท่าเทียมในมิติอื่นไปพร้อมๆ กัน

ภาพยนต์เรื่อง ‘Milk’ ถ่ายทอดจิตวิญญาณของมิลค์ออกมาได้อย่างดี แสดงให้เห็นตัวตนของมิลค์ทั้งอารมณ์ขัน คาริสม่า และความมุ่งมั่นจะเปลี่ยนแปลงสังคม ที่สำคัญคือภาพยนต์เรื่องนี้ชวนให้เราเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ ถึงแม้ว่าในวันนี้ความเท่าเทียมทางเพศจะดีขึ้นมากแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องหยุดก้าวต่อไป เพราะยังมีพื้นที่เหลือให้เราเติมเต็มความเท่าเทียมอยู่อีกมาก

Gangubai Kathiawadi (2022) หญิงโสเภณีผู้เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิของสตรีและหญิงขายบริการ

คังคุไบ เน็กช์ฟลิก, gangubai, nextflix, หนังโสเภณี, หนังอินเดีย

‘โสเภณี’ อาชีพสุจริตที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่กลับกลายเป็นอาชีพที่ถูกเหยียดหยาม และตราหน้าว่าไร้ศักดิ์ศรี

ถ้าพูดถึงประเด็น Sex Worker หรือผู้ค้าบริการทางเพศแล้ว นาทีนี้ ใครๆ ก็ต้องนึกถึง ‘คังคุไบ’ หรือ ‘หญิงแกร่งแห่งมุมไบ’ หนังที่สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงของ ‘Gangubai Kathiawadi’ (คังคุไบ) หญิงนักต่อสู้เรียกร้องสิทธิให้สตรีและหญิงขายบริการในอินเดีย โดยมีเนื้อหาบางส่วนที่แต่งเติมจากหนังสือ ‘Mafia Queen of Mumbai’

คังคุไบ หรือในอดีตชื่อเดิมของเธอคือ ‘คงคา’ เป็นเด็กสาวไร้เดียงสาวัย 16 ปีที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักแสดง แต่กลับถูกแฟนหนุ่มหลอกมาขายให้กับซ่องในย่านกามธิปุระ ถึงแม้ช่วงแรกๆ จะใช้ชีวิตโสเภณีอย่างแสนเจ็บปวด แต่ความแกร่งของคังคุไบทำให้เธอไต่เต้าขึ้นมาเป็นเจ้าของซ่อง และได้ฉายา ‘ราชินีมาเฟียแห่งมุมไบ’ มาครอง

“คนที่มีความรู้จะขายสติปัญญา แต่เราขายร่างกายของเรา เราทำงานหนักมากด้วย แล้วมันผิดตรงไหน ทำไมคัดค้านการทำมาหากินของเรา ทำไมมองว่าผิดศีลธรรม”

คังคุไบตั้งคำถามกับสังคมอินเดีย ในวันที่โสเภณีถูกปฎิบัติอย่างต่ำต้อย ถูกกีดกันจากสังคม แม้แต่โรงเรียนก็ไม่ยอมรับลูกๆ ของพวกเธอเข้าเรียน เชื่อว่าใครที่ได้ยินประโยคนี้ก็ต้องฉุกคิดไปตามๆ กัน เพราะอะไรพวกเธอถึงไม่ได้รับความเท่าเทียม? พวกเธอก็ทำมาหากินสุจริตเหมือนอาชีพอื่นไม่ใช่เหรอ?

คังคุไบ เน็กช์ฟลิก, gangubai, nextflix, หนังโสเภณี, หนังอินเดีย

เห็นได้ชัดว่าบทบาทหลักของคังคุไบคือความยุติธรรม ถึงแม้จะเป็นถึงเจ้าของซ่อง แต่เธอก็เคารพสิทธิ์ของหญิงบริการทุกคนเสมอ ถ้าใครไม่เต็มใจทำหรือถูกหลอกมาขาย เธอจะไม่ให้ทำงานในสังกัดของเธอเด็ดขาด ส่วนใครที่เต็มใจ ก็จะได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม และได้รับการดูแลอย่างดี นอกจากนี้เธอยังเรียกร้องให้รัฐและสังคมปฎิบัติกับหญิงบริการอย่างเท่าเทียม เพราะพวกเธอก็มีเกียรติและศักดิ์ศรีไม่ต่างจากคนอื่น

กระแสคังคุไบฟีเวอร์ทำให้หัวข้อ Sex Worker ในประเทศไทยถูกยกขึ้นมาถกอีกครั้ง หลายคนมองว่าอาชีพนี้สร้างรายได้ให้การท่องเที่ยวมหาศาล แต่กลับไม่ได้รับสวัสดิการหรือการคุ้มครองเหมือนอาชีพอื่นๆ ซึ่งถ้าหากนำกฎหมายเข้ามาคุ้มครองอาชีพนี้ได้ ก็จะสร้างความปลอดภัยให้ทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อ อีกทั้งช่วยป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์อีกด้วย

แสนสิริ Live Equally

Pride Month, Year Of Inclusion Live Equally, Sansiri, equally, ความเท่าเทียม, แสนสิริ เพศเดียวกัน, lgbtqi+, sansiri lgbtqi+

เดือนมิถุนายน เดือนแห่งความเท่าเทียม หรือ ‘Pride Month’ ทำให้เราเห็นประเด็นความเท่าเทียมที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย แต่อันที่จริงแล้ว ‘ความเท่าเทียม’ คือสิ่งสำคัญที่เราควรตระหนักอยู่ทุกวินาที

แสนสิริเริ่มต้นจากภายในองค์กร เรามีสวัสดิการสำหรับพนักงานทุกเพศ ไม่ว่าจะเป็นการลาสมรส ลาผ่าตัดแปลงเพศ ลาฌาปนกิจคู่ชีวิต ลาเพื่อดูแลคู่ชีวิตและบุตรบุญธรรม และยังมอบสวัสดิการให้ครอบคลุมไปถึงคู่ชีวิตของพนักงานด้วย ทั้งวัคซีนทางเลือก และประกันสุขภาพ​ มั่นใจได้ว่าพนักงานทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ จะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ไม่ต่างกัน

ทุกส่วนขององค์กรยังออกแบบด้วยแนวคิด Universal Design เพื่อตอบโจทย์ความหลากหลายของพนักงานทุกกลุ่ม ใส่ใจกับทุกความหลากลาย เรามีทางลาดสำหรับวีลแชร์ มีห้องละหมาด มีห้องให้นมบุตร รวมทั้งมีห้องน้ำกลางของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างสบายใจและรู้สึกได้ว่าทุกคนในองค์กรนั้นเท่าเทียม

นอกจากนี้ แสนสิริยังได้ร่วมมือกับ 8 พันธมิตรธนาคารชั้นนำ เพื่อให้คู่รัก LGBTQI+ สามารถทำธุรกรรมทางการเงิน และกู้ซื้อบ้านแสนสิริได้ เป็นการมุ่งสร้างความเท่าเทียมตามแนวคิด “YOU Are Made For Life เพราะคุณคือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของบ้าน”​ เราเชื่อว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ในการซื้อที่อยู่อาศัย และสร้างครอบครัวกับคนที่รักอย่างเท่าเทียมกัน

แสนสิริขอเดินหน้าสนับสนุนความเท่าเทียม เพื่อให้เราทุกคนได้มีสังคมที่เสมอภาคกันอย่างแท้จริง

เครดิตภาพ : Netflix

CONTRIBUTOR

Related Articles

equal-marriage-law

เมื่อโลกนี้มี “กฎหมายสมรสเท่าเทียม”

 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการผ่านร่างฯ กฎหมายสมรสเท่าเทียมของประเทศไทย ในระหว่างที่รอประกาศใช้อย่างเป็นทางการนั้น เรามาย้อนดูการเดินทางกว่า 20 ปี ก่อนที่ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” จะผลิดอกเบ่งบานไปทั่วโลกกันค่ะ  ย้อนรอยการต่อสู้เพื่อความรักที่เท่าเทียมอันยาวนาน อาจจะนานนับศตวรรษ หรือมากกว่านั้นก็เป็นได้ แต่เหตุการณ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคมครั้งใหญ่ก็คือ “เหตุจลาจลที่สโตนวอลล์ หรือ Stonewall Riots” ที่ทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับการกดขี่การแสดงออกและอัตลักษณ์ทางเพศ หลังจากนั้นก็มีการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิและการแสดงออกถึงตัวตนอย่างเสรีภาพอย่างเท่าเทียมมาเรื่อยๆ จนถึงวันที่มี

syndicated oan lgbtqia+

คู่รัก LGBTQIAN+ ต้องรู้! กู้ร่วมอย่างไร ให้ผ่านง่าย

เมื่อคู่รัก LGBTQIAN+ วางแผนอนาคตอยากใช้ชีวิตด้วยกัน หากต้องการมีบ้านในฝันเป็นของตัวเอง จะสามารถ “กู้ร่วม” กันได้ไหม? ตอบเลยว่า “ได้ค่ะ”  เพราะตอนนี้ก็มีธนาคารหลายแห่งให้สินเชื่อที่คู่รัก LGBTQIAN+ สามารถกู้ร่วมกันได้ตามเงื่อนไขเดียวกับ “คู่รักที่ยังไม่ได้สมรสกัน” โดยต้องมี “เอกสารรับรองการอยู่ร่วมกัน” ประกอบในการยื่นกู้ด้วยค่ะ วันนี้เราเองก็ได้รวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่จะช่วยให้การกู้ร่วมนั้นมีโอกาสผ่านการอนุมัติง่ายขึ้น มาฝากกันค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย เพราะเราอยากเห็น

Cyberbullying

Cyberbullying ภัยคุกคามต่อจิตใจที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม 

บูลลี่ที่ไม่ใช่แค่แกล้ง การโพสต์ หรือ คอมเม้นต์โดยไม่คิด อาจจะเป็นแผลใจให้ใครบางคนไปตลอดชีวิตเลยก็ได้  ในทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Social Media เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันของหลายคน ทุกวันนี้อาจจะพูดได้ว่า โลกถูกขับเคลื่อนด้วย Social Media ทำไมนะหรอ? จะเห็นได้ว่าไม่ว่าเราจะไปที่ไหน จะเดินไปบนถนน ขึ้นรถไฟฟ้า เดินไปในห้าง หรือแม้กระทั่งหันไปมองคนข้างๆ ก็จะเห็นคนก้มเล่นโทรศัพท์