Burasiri Wongwan - Onnut

Sansiri Tree Story จากเรื่องราวของต้นไม้ สู่การส่งต่อคุณค่ายิ่งใหญ่ไม่จางหาย

เพราะคุณค่าของต้นไม้คือส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตของมนุษ์เราบนโลกใบนี้ เมื่อปราศจากต้นไม้ ก็อาจเท่ากับปราศจากชีวิต การเก็บรักษา “คุณค่า” แห่งชีวิตที่ธรรมชาติมอบให้มาอย่างใส่ใจ ให้ยังคงอยู่ตลอดไป จึงเป็นภารกิจที่สำคัญเหนือสิ่งใด

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนก็คงจะเป็นความผูกพันของชีวิตมนุษย์และธรรมชาติที่นับวันจะยิ่งเชื่อมใกล้ชิดกันอย่างที่แยกจากกันไม่ออก  “ธรรมชาติ” ยังคงคอยเข้ามาเติมเต็มการใช้ชีวิตเราให้ให้สมบูรณ์อยู่เรื่อยมาเสมอ ด้วยการยืดหยัดอยู่เคียงข้างมนุษย์ พร้อมมอบคุณค่าอันยิ่งใหญ่ให้ชีวิตเราทุกคน แต่คุณค่าแบบไหนที่ต้นไม้และธรรมชาติมอบให้เรา?

คุณค่าแห่งชีวิตที่จะหยั่งรากลึกตลอดไป

ในการใช้ชีวิตแต่ละวันของมนุษย์นั้นต้องเผชิญกับสุขและทุกข์อยู่เสมอ แต่เมื่อไหร่ที่ได้นอนเอนกาย หลับตาลงใต้ต้นไม้ใหญ่ กลางสวนสีเขียวผืนกว้าง น่าแปลกที่ความเหนื่อยล้าและความกดดันทั้งหลาย กลับหายเป็นปลิดทิ้ง การได้หลีกหนีความวุ่นวายกลับสู่ความเรียบง่ายของธรรมชาติเพียงชั่วครู่ จึงเป็นทุกสิ่งที่เรามองหา และสิ่งหนึ่งที่ต้นไม้มอบให้ก็คือสุขภาพที่ยั่งยืน แม้แต่ปัญหาฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ยุคนี้ไม่ได้เล็กตามตัว ก็ยังบรรเทาลงได้ด้วยพันธุ์ไม้หลายๆ ชนิด ด้วยความสามารถเฉพาะตัวในการดูดซับสารพิษ ดักจับฝุ่นละออง พร้อมเรียกคืนอากาศสะอาดบริสุทธิ์สู่เราทุกคน

Mori Haus
โมริ เฮาส์

35 ปีในการส่งต่อคุณค่าไม่จางหาย

ลองจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในบ้านที่รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวอันสดชื่น ที่ที่คุณสามารถเฝ้ามองลูกหลานตัวน้อยเล่นสนุกรอบต้นไม้ใหญ่คู่ใจ ในยามที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ในทุกๆ วัน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องเล่าของต้นไม้ที่แสนสิริ วันนี้ได้กลายมาเป็นแนวทางการจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เว้นแม้แต่การออกแบบภูมิสถาปัตย์ ที่แฝงการเชื่อมโยงต้นไม้ให้อยู่กับชีวิตเราและชีวิตเราให้อยู่กับต้นไม้อย่างเห็นคุณค่าอยู่เสมอ

ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ผ่านมา แสนสิริตั้งใจเก็บรักษาและดูแลต้นไม้ทุกๆ ต้นในทุกโครงการมาโดยตลอด ด้วยการออกแบบพื้นที่สีเขียวและจัดการต้นไม้ผ่าน  4 กระบวนการแห่งความใส่ใจ เพื่อที่จะส่งต่อคุณค่าของพื้นที่สีเขียวเหล่านี้จากหัวใจทุกดวงที่นี่ สู่ทุกชีวิตของครอบครัวแสนสิริ นับตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ ตลอดไปจนวันข้างหน้า

https://www.facebook.com/sansirifamily/videos/2273628632893149/

4 กระบวนการความใส่ใจไม่สิ้นสุด

คงไม่ผิดนัก หากจะเรียกว่า 4 กระบวนการส่งต่อพื้นที่สีเขียวของแสนสิริว่าเป็นเสมือน “ปรัชญาแห่งความใส่ใจ”ที่จะ เก็บ เลือก ปลูก และรักษา คุณค่าจากธรรมชาติไว้อย่างยั่งยืนที่สุด ไม่ว่ากี่โครงการจะสำเร็จไป ทุกครั้งเรายังคงวางแผนการดูแลต้นไม้ระหว่างก่อสร้างและชีวิตของต้นไม้หลังจากนั้น แม้ในยามที่ต้นไม้ต้องได้รับการรักษา

“เก็บ” ต้นไม้เดิม เพิ่มคุณค่า

หากภาพฝันในการใช้ชีวิตมนุษย์เรา คือการมีธรรมชาติที่เป็นตัวแทนคุณค่าอยู่คู่กับลูกหลานอย่างยั่งยืน เราจึงเก็บและโอบกอดต้นไม้น้อยใหญ่ที่มีอยู่แต่เดิมภายในที่ดินโครงการต่างๆ โดยไม่มีการเข้าไปทำลายต้นไม้เหล่านั้นทิ้ง พร้อมหันมาปรับการออกแบบพื้นที่ภายในหลายๆ โครงการใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายต้นไม้ เช่นเดียวกับที่ใจกลางโครงการ Via Botani ที่ปัจจุบันก็ยังคงเป็นที่พักพิงของต้นจามจุรีอายุกว่า 80 ปี หนึ่งในต้นไม้ที่ได้ชื่อว่าที่สวยที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพฯ โดยในอดีตแสนสิริตัดสินใจสละพื้นที่ในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ เพื่อสร้างอาคารโอบล้อมรอบต้นจามจุรีต้นนี้ไว้ ให้คุณค่าแห่งชีวิตยังคงถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

The Monument Thong Lo
เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ

“เลือก” ชนิด ขนาด ตำแหน่ง ตามเหมาะสม

เราใส่ใจการเลือกพันธุ์ไม้และขนาดของเหล่าต้นไม้ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ในการนำต้นไม้ลงปลูก เหมือนเช่นที่โครงการ 98 Wireless ที่มีการจัดสวนแนวตั้งด้านข้างโครงการ ด้วยการ Blend-in กำแพงสีเขียวให้กลมกลืนไปกับสวนกว้างของบ้านพักเอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกา หรือพื้นที่สีเขียวที่ ดีคอนโด ปิง เชียงใหม่ ที่ผสานความเจริญของเชียงใหม่ เข้ากับเสน่ห์ของแม่น้ำปิงเอง ก็มีการออกแบบ Forest Jogging Track สวนขนาดใหญ่ที่ให้ทุกคนสัมผัสป่าสีเขียวในทุกๆ วัน ที่สำคัญ ต้นไม้ภายในโครงการล้วนแต่ต้องผ่านการคัดเลือกจาก Tree Nursery หรือ “อนุบาลต้นไม้” ป่าปลูกที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ต้นกล้าโดยเฉพาะ ให้มาเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ตามธรรมชาติในพื้นที่ที่เหมาะสมภายในโครงการต่อไป แทนที่จะไปรบกวนต้นไม้ที่เติบโตเต็มที่และเป็นศูนย์กลางของสรรพสิ่งกลางป่าในธรรมชาติ

98 WIRELESS
98 Wireless

“ปลูก” ถูกต้องตามหลักการ

ความเอาใจใส่ในการปลูกต้นไม้อย่างถูกต้องตามหลักการ พร้อมระมัดระวังในทุกรายละเอียดและทุกขั้นตอนเป็นสิ่งที่แสนสิริไม่เคยละเลย ทั้งการจัดเตรียมพื้นที่ปลูกให้ต้นไม้ที่จะเจริญเติบโตขึ้นมาได้มีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ การจัดวางตำแหน่งต้นไม้ในระยะห่างที่เหมาะสม รวมทั้งการค้ำยัน ก็เพื่อที่ว่าทุกต้นในโครงการ จะได้เจริญเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ เช่นเดียวกับที่ บ้านแสนสิริ พัฒนาการ เราทำการเคลื่อนย้ายมาปลูกลงดินอย่างระมัดระวัง และดำเนินการอย่างถูกวิธีในทุกขั้นตอน พร้อมยังค้ำยันด้วยไม้ที่เหมาะสม เพื่อให้ต้นไม้เหล่านั้นเติบโตเป็นไม้ใหญ่ที่งดงามในอนาคต และคอยมอบอากาศบริสุทธิ์ให้อยู่เคียงคู่ทุกชีวิตที่บ้านหลังนี้ตลอดไป

THE LINE RATCHATHEWI
เดอะ ไลน์ ราชเทวี

“รักษา” และใส่ใจอย่างยั่งยืน

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไหร่ และไม่ว่าต้นไม้แต่ละต้นที่โครงการต่างๆ ของแสนสิริ จะอายุมากหรือน้อยแค่ไหน ก็ต่างได้รับการดูแลรักษาอย่างอบอุ่นในทุกช่วงชีวิต ด้วยความเชี่ยวชาญจาก “คุณหมอต้นไม้” หรือรุกขกรของเราเสมอ เพราะการดูแลรักษาต้นไม้เป็นเรื่องของเราทุกคน ที่แสนสิริ คุณหมอต้นไม้จึงไม่ใช่เพียงผู้ดูแลรักษาต้นไม้หนึ่งเดียว แต่ยังคอยช่วยถ่ายทอดความรู้ไว้อย่างยั่งยืน ผ่านคู่มือดูแลรักษาต้นไม้ใน Home Service Application สำหรับทุกครอบครัวของแสนสิริ พร้อมยังส่งต่อแนวคิดเหล่านี้ให้กับชุมชนและสังคมอยู่เสมอ ต้นไม้ในโครงการมากมายของแสนสิริ จึงยังคงงอกงามอยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

Burasiri Wongwan - Onnut
บุราสิริ วงแหวน – อ่อนนุช
เรื่องราวของต้นไม้ที่แสนสิริ จึงไม่ใช่เรื่องราวที่จบลงในทุกครั้งที่โครงการประสบความสำเร็จ แต่เป็นเรื่องราวที่ยังดำเนินต่อไปด้วยความใส่ใจ การซาบซึ้งในคุณค่า และความรู้สึกผูกพันกับธรรมชาติอย่างแท้จริง เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าคุณค่าอันยิ่งใหญ่จากต้นไม้และธรรมชาติ จะยังคงถูกส่งต่อเป็นมรดกล้ำค่าสู่ลูกหลานของเรา ครอบครัวของเรา ชุมชนของเรา และสังคมของเราต่อไปไม่จางหาย

Related Articles

sansiri tree day ปลูกหนึ่งให้ถึงแสน

Tree Day ดีเดย์! เติมความเขียว ตามสไตล์คนเมือง ใครว่าทำไม่ได้

ปลูกต้นไม้ เรื่องง่ายๆ ใกล้ตัว ที่มักถูกผลักออกไปให้ไกลตัวด้วยอุปสรรคเส้นบางๆ ที่เรายกขึ้นมาขวางกั้นตัวเองทุกครั้ง รู้นะ…ว่าโลกร้อน ฝุ่นลอยฟุ้งเป็นหมอกพิษ สนับสนุนนะ…ให้ทุกคนปลูกต้นไม้ แต่อยู่กลางเมืองแบบนี้ ต้องขอบาย ปลูกเองไม่ได้จริงๆ ว่าแต่ ใครว่าอยู่เมืองใหญ่ จะปลูกพื้นที่สีเขียวให้เติบโตไม่ได้? หลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะหันไปร่วมวงสนทนาไหน ก็ได้ยินปัญหาโลกร้อนและปัญหามลพิษจากทั่วทุกสารทิศเต็มไปหมด เรียกได้ว่าสิ่งแวดล้อมที่เข้าขั้นวิกฤตนี้ กลายเป็นวาระแห่งชาติ หรือถ้าจะให้ถูกก็คงต้องวาระแห่งมนุษยชาติเลยทีเดียว

ใครนิ่ง แต่เราไม่นิ่งตาม : รวมพลัง “ทวงคืน” โลกที่น่าอยู่

ฝุ่นละอองเล็กๆ ที่ปกคลุมผืนฟ้าเหนือหลายๆ จังหวัดของไทย รวมถึงควันไฟที่ลอยคละคลุ้งรอบตัว จากวิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่ทุกแห่งหน กลายเป็นส่วนหนึ่งของอากาศที่เราหายใจอย่างชินชาไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะหยุดความสนิทกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษไว้เพียงแค่นี้? ขึ้นปี 2020 มาหยกๆ ตั้งใจไว้อย่างดีว่าปีนี้นี่ล่ะ จะต้องเปิดรับสิ่งดีๆ และซึมซับพลังบวกเข้ามาในชีวิตให้เยอะที่สุด แต่พอหันกลับมามองโลกรอบตัวจริงๆ เท่านั้น…กลับกลายเป็นว่าสิ่งเดียวที่ได้เปิดรับ คือวิกฤตสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ที่ค่อยๆ ย่างกรายมาส่งผลต่อชีวิตมากขึ้นทีละน้อย ไฟป่า ฝุ่นพิษ

หยุดยาวทั้งที ก็เที่ยวครบสูตรได้ แม้อยู่ในกรุงเทพ

ถึงช่วงเทศกาลหยุดยาว หรือวันหยุดสั้นๆ อย่างเสาร์อาทิตย์ทีไร ชาวกรุงอย่างเราๆ ก็มักจะวางแผนทริปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศเจ๋งๆ สักทริป เพราะร่างกายและจิตใจที่แสนเหนื่อยล้าจากการทำงานของเรานั้นโหยหาความผ่อนคลาย ยิ่งได้ใกล้ชิดธรรมชาติเท่าไหร่ยิ่งดี จึงไม่น่าแปลกใจที่จุดหมายการท่องเที่ยวไม่เคยหลุดโผไปจากการขึ้นเขา ล่องแพ หรือเที่ยวทะเล เพราะนอกจากจะได้พักผ่อนในบรรยากาศชิลๆ แล้วยังได้เก็บรูปบรรยากาศเอามาแชร์ในโลกโซเชียลให้ทุกคนรู้ว่าเรากำลังแฮปปี้ดี๊ด๊าสุดๆ แต่รู้หรือเปล่าว่า … อยู่ในกรุงเทพก็ทำแบบนั้นได้นะ “เสาร์ อาทิตย์นี้ไปไหนกันดี?” “อยากได้ที่นั่งเม้ามอยแบบบรรยากาศชิลๆ” “ไปไหนก็ได้

close

วิธีการทำให้บ้านเย็น

แบบประหยัดพลังงาน by Sansiri