Investment_SansiriBlog

แนวทางการลงทุนที่ไม่มีวันขาดทุน

ขึ้นชื่อว่าการลงทุนย่อมมีคำว่า “กำไร” และ “ขาดทุน” แต่การลงทุนที่ไม่มีวันขาดทุนมีหรือไม่ ลองติดตามแนวทางตามด้านล่าง ดังนี้

Education Investment_SansiriBlog

แนวทางแรก “ลงทุนในการศึกษา”

เรื่องราวของการลงทุนในการศึกษา เป็นที่รับรู้กันมานานแล้วว่า “การศึกษา” นั้นเป็นการลงทุนที่แสนจะคุ้มค่า และไม่ขาดทุน แต่ด้วยโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วขึ้นตามความเร็วของอินเตอร์เน็ท ทำให้การเลือกเรียนแต่ละสาขาวิชาต้องวางแผนแต่เนิ่น ๆ โดยการลงทุนด้านการศึกษา แบ่งเป็นระยะ ๆ ต่อไปนี้

  •  ระยะแรก “ช่วงอนุบาล ถึง มัธยมปลาย” ในช่วงนี้จะเป็นการลงทุนเพื่อปูพื้นฐานด้านการศึกษาใช้ไปต่อยอดในระดับมหาวิทยาลัย หากคิดค่าเล่าเรียนในระดับกลางที่ปีละ 100,000 บาท เรียนตั้งแต่อนุบาล ถึง มัธยมปลาย ใช้ระยะเวลา 8 ปี ต้องเตรียมเงินไว้ราว 800,000 – 1 ล้านบาท
  • ระยะที่สอง “ช่วงเรียนในมหาวิทยาลัย” ช่วงนี้จะเป็นการเลือกสาขาวิชา และมหาวิทยาลัย หากเป็นมหาวิทยาลัยภายในประเทศก็จะมีราคาถูกกว่า ถ้าคิดค่าเล่าเรียนที่เฉลี่ยปีละ 100,000 – 500,000 บาทต่อปี การเรียนในระดับนี้ใช้เวลา 4 – 6 ปี ใช้เงินราว 400,000 – 3,000,000 ล้านบาท

โดยรวมแล้วค่าเล่าเรียนตั้งแต่อนุบาลจนจบการศึกษาทำงานได้ จะอยู่ในช่วง 1.2 – 4 ล้านบาทนั่นเอง
ลองดูตัวอย่าง นักศึกษาที่เรียนจบคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หากเขามีประสบการณ์ทำงาน 5 ปีขึ้นไป จะมีโอกาสได้รับเงินเดือนเฉลี่ยราว 50,000 – 80,000 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็น 600,000 – 1 ล้านบาทต่อปี (อ้างอิง บทความเรียนสายวิศวะและไอที งานอะไรรายได้สูงสุด) ซึ่งเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนคืนทุนเร็วสุดภายในไม่เกิน 4 ปี

 

Saving for Investment_SansiriBlog

แนวทางที่สอง “ลงทุนกับการออมเงินระยะยาว”

แนวทางต่อมาที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีคำว่า “ขาดทุน” ก็คือการออมเงินระยะยาว และนำเงินไปฝากธนาคารที่ไว้ใจได้ ยิ่งถ้าเราฝากประจำดอกเบี้ยจะสูงกว่าปกติ เมื่อมันทบต้นจำนวนเงินของเราก็จะเติบโตตามดอกเบี้ยที่โตเร็วขึ้นจากฐานเงินฝากที่ใหญ่ขึ้น

ตามทฤษฏีกฎ 72 กฏง่าย ๆ ที่เราควรรู้ก่อนการลงทุน หากเราทำผลตอบแทนได้เท่าไหร่ให้เอา 72 มาหารจะได้จำนวนปีที่เงินต้นของเราจะทบต้นเป็นสองเท่าตัว ยกตัวอย่างเช่น เราฝากประจำกับธนาคารได้ดอกเบี้ยราว 3% ต่อปี ถ้าเงินต้นของเราเริ่มต้นด้วยเงิน 1 ล้านบาทถ้วน เงินจะงอกเป็น 2 ล้านบาทภายใน = 72 / 3 = 24 ปี อาจรู้สึกว่าผลตอบแทนน้อย แต่ปิดประตูคำว่า ขาดทุนไปเลย เพราะการฝากเงินไว้กับธนาคารที่น่าเชื่อถือ ยังไงก็ไม่กินเงินต้นเหมือนการลงทุนรูปแบบอื่น ๆ

Stock Investment_SansiriBlog

แนวทางที่สาม “ซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้”

การลงทุนที่อาจเสี่ยงขึ้นมามากกว่าการฝากเงินกับธนาคารเสียหน่อย แต่ก็แทบจะปิดประตูขาดทุนก็คือ การซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้

สำหรับพันธบัตรรัฐบาลในปัจจุบันกระทรวงการคลังออกจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561แบ่งเป็น 2 รุ่น คือ รุ่นอายุ 5 ปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ดังนี้

  • รุ่นอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.15 ต่อปี
  • รุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.00 ต่อปี
(ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย)

สำหรับหุ้นกู้ การลงทุนเราควรต้องดูพื้นฐานของบริษัทที่เราคิดจะลงทุนด้วยเป็นหลักว่าบริษัทที่เราจะซื้อหุ้นกู้นั้นมีความน่าเชื่อถือ และมั่นคงแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น หุ้นกู้ของ ปตท. หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้อัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ 3.5% – 6.85% ต่อปี โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของหุ้นกู้แต่ละชุด

Property Investmemt_SansiriBlog

แนวทางที่สี่ “หาลู่ทางลงทุนอสังหาริมทรัพย์”

สำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ต้องบอกไว้ก่อนว่า อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่เราสามารถทำให้โอกาสแห่งความสำเร็จเปิดกว้างด้วยการใช้ความรู้ความเข้าใจในการลงทุนอสังหา ลองหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ลองคิดคำนวณว่า หากจะซื้อคอนโดสักห้อง ต้องใช้เงินก้อนจำนวนเท่าไหร่ หรือหากต้องผ่อน ต้องผ่อนในระยะเวลากี่ปี และเมื่อปล่อยเช่า คอนโดห้องนี้จะสามารถรายได้ต่อเดือนกี่บาท เป็นต้น สมมุติ คุณซื้อคอนโดมาในราคา 3 ล้านบาท และปล่อยเช่าในราคา 10,000 บาทต่อเดือน เมื่อครบ 5 ปี คุณจะได้รับเงินคืนทั้งหมด 600,000 บาท

สิ่งที่จะปิดความเสี่ยงได้ดีอีกประการก็คือ การเลือกซื้ออสังหาของแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก ได้รับความไว้วางใจจากคนทั่วไป ซึ่งจะสะท้อนว่า อสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า และสามารถส่งต่อให้แก่ลูกหลาน หรือทำกำไรได้

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นแท้จริงมีเรื่องราวตื้นลึกหนาบางอีกมากมายหลายประการ หากจะทำให้ประสบความสำเร็จจริงจัง ต้องเรียนรู้กันมากหน่อย ค่อย ๆ ติดตามอ่านบทความก็จะพบวิธีการมากมายที่จะเปิดโลกแห่งการลงทุนแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อน

ฺีBusinessInvestment_SansiriBlog

แนวทางสุดท้าย “ลงทุนในอาชีพเสริม”

การลงทุนที่อาจจะช่วยลดความเสี่ยง หรือปิดโอกาสการขาดทุนให้น้อยลงไปก็คือการลงทุนในความรู้ด้านการประกอบธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่สอนกันตามมหาวิทยาลัย

อย่างที่รู้กันดีว่า “งานประจำ” เพียงอย่างเดียวนั้นค่อนข้างจะเสี่ยง งานสมัยใหม่ทำยากขึ้น คู่แข่งมากขึ้น และในอนาคตเราอาจต้องแข่งขันกับ “หุ่นยนต์” การที่เราทำงานประจำเพียงอย่างเดียวไม่ตอบโจทย์ยุค 4.0 เสียแล้ว
การทำอาชีพเสริมถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ ด้วยอินเตอร์เน็ตที่เร็วขึ้น ทำให้เกิดอาชีพเสริมใหม่ ๆ ที่ใช้ต้นทุนต่ำ หากเราทำเป็นแทบจะปิดทุกความเสี่ยงที่เป็นไปได้เลย สำหรับคนที่สนใจเรื่องราวของอาชีพที่สอง ลองติดตามเพิ่มเติมในบทความอาชีพที่ 2 ต้องมี! เสริมแกร่งรายได้มนุษย์เงินเดือนยุค 4.0

ข้อสรุป การลงทุนที่ไม่มีวันขาดทุนสำหรับบทความนี้ ได้แก่ การลงทุนด้านการศึกษา การลงทุนด้านการออมเงิน การลองซื้อพันธบัตรหรือหุ้นกู้ การลงทุนในอสังหา และการลงทุนในอาชีพเสริมที่จะช่วยเสริมสร้างกระแสเงินสดนอกจากงานประจำนั่นเอง ส่วนเรื่องของการจะประสบความสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นตั้งใจของเราถือเป็น “ส่วนผสม” ที่จะทำให้ทุกอย่างลงตัวอย่างแน่นอน

Related Articles

Sansiri Blog_Property Investment Cover1

เคล็ดลับเปลี่ยน “มนุษย์เงินเดือน” ให้เป็น “นักลงทุน” มือโปร!

การลงทุนอาจเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับใครหลายๆ คน และเป็นเรื่องที่ มนุษย์เงินเดือน อย่างเราๆ อาจจะคิดว่ายากเกินความสามารถ แต่แท้จริงแล้วการจะเป็นนักลงทุนนั้นใครๆ ก็เป็นได้ ถ้ามีความตั้งใจและมีวินัยมากพอ เราจะมาแชร์เคล็ดลับ 5 ข้อที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตมนุษย์เงินเดือนแบบเดิมๆ ให้สามารถสร้างรายได้และประหยัดรายจ่ายได้ในคราวเดียวกันเมื่อเราเริ่มผันตัวมาเป็นนักลงทุน 1. รู้จักปรับลำดับการใช้จ่าย จากเมื่อก่อนที่ใช้เงินไปกับปาร์ตี้หลังเงินเดือนเข้าแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง แล้วค่อยมาจัดการจ่ายหนี้ ที่เหลือค่อยเจียดมาใช้เพื่อตัวเองแบบที่แทบปลิวเวลาที่เราหายใจ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับใหม่แบบ Reversed

คู่มือเริ่มต้นปล่อยเช่าอสังหา (สำหรับนักลงทุนมือใหม่โดยเฉพาะ)

ในยุคนี้ใครๆ ก็ต่างมองหาช่องทางลงทุนเพื่อเพิ่มพูนรายได้ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นทางเลือกหนึ่งในการสร้างทรัพย์สินที่ทำให้เกิดผลตอบแทนหลากหลายด้าน หนึ่งในวิธีที่ทำให้กำไรจากการลงทุนอสังหาออกดอกออกผลได้อย่างต่อเนื่องคือ “การปล่อยเช่า” ไม่ว่าจะเป็นแบบรายวันหรือรายเดือน ซึ่งเป็นวิธีที่มีความคุ้มค่าในระยะยาว เปรียบเสมือนกับการปลูกไม้ยืนต้น อสังหาริมทรัพย์มีตัวเลือกมากมายให้ลงทุน ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน อาคารพาณิชย์ แต่ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันอย่างมากหนีไม่พ้น “คอนโด” เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ไม่ยุ่งยาก มีเจ้าหน้าที่ช่วยจัดการดูแล ตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายไลฟ์สไตล์ ถึงแม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถเริ่มต้นได้ไม่ยาก ย้อนกลับไปก่อนที่ต้นไม้ใหญ่จะเติบโต มันต้องเริ่มต้นจากเมล็ดพันธุ์ที่ดี

XT Ekkamai

แนวคิดลงทุนในอสังหาฯ ที่หลายคนยังเข้าใจผิด

ปัจจุบัน คนหันมา “ลงทุน” ในการซื้อ “อสังหาริมทรัพย์” ประเภทต่างๆ เพื่อปล่อยเช่าหรือขายเก็งกำไรกันมากขึ้น แม้ว่า คอนโดอาจจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ผู้ลงทุนมักให้ความสนใจ แต่บ้านเดี่ยวกับทาวน์โฮมก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน บทความนี้จึงขอนำเสนอแนวคิดลงทุนในอสังหาฯ ทั้งสามประเภทที่หลายคนอาจจะยังเข้าใจผิดเพื่อแบ่งปันความรู้ในการลงทุน 1. บ้านเดี่ยวซื้อไปแล้วจะขายต่อหรือปล่อยเช่ายาก หากพูดถึงทางเลือกในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์แล้ว บ้านเดี่ยวอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ สำหรับนักลงทุน เหตุผลก็เพราะคนส่วนใหญ่เชื่อว่า บ้านเดี่ยวนั้นขายต่อและปล่อยเช่ายาก

close

ฟรี eBook 10 เทคนิคแต่งบ้านให้ดูหรู โดยที่ไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป

(เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านมือใหม่!)