ติดแบล็คลิสต์
ก็ซื้อบ้านได้ จริงเหรอ!?

เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า “ ติดแบล็คลิสต์ ” กันใช่ไหม?

เรามักจะเข้าใจว่าคนที่ ติดแบล็คลิสต์ หรือมีประวัติค้างชำระ หรือผิดชำระหนี้ จะกู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน ทำธุรกรรมอะไรก็ยากไปหมด… แต่จริงๆ แล้ว ยังมีทางออกเสมอ และ Sansiri Blog จะมาบอกวิธีเคลียร์ประวัติแบล็คลิสต์ และทำให้กลับมากู้ซื้อบ้านผ่านกัน

ทำความเข้าใจ เครดิตบูโร-แบล็คลิสต์

blacklist home loan-thinking-manthinking-ติดแบล็คลิสต์-ซื้อบ้าน-homeloan-sansirifinancialplanner-sansiriblog-blacklist

ก่อนอื่นเลย เรามาทำความเข้าใจกับเครดิตบูโร และแบล็คลิสต์ คำว่า “เครดิตบูโร” หมายถึง บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลการใช้บัตรเครดิต รวมถึงประวัติการชำระหนี้บัตรของเรานั่นเอง แต่เครดิตบูโรไม่ได้มีหน้าที่ขึ้นทะเบียนแบล็คลิสต์ เพราะมีหน้าที่แค่รวบรวมประวัติทางการเงินและรายงานให้ธนาคารรู้เท่านั้น

ส่วนคำว่า “แบล็คลิสต์” จริงๆ แล้วเป็นเป็นแค่คำนิยามที่ใช้เรียกผู้ที่มีประวัติชำระหนี้ไม่ดีเท่านั้น แต่ไม่ได้มีการจัดทำบัญชีรายชื่อลงในระบบเแต่อย่างใด

สาเหตุที่กู้สินเชื่อไม่ผ่าน

blacklist home loan-thinking-manthinking-ติดแบล็คลิสต์-ซื้อบ้าน-homeloan-sansirifinancialplanner-sansiriblog-blacklist

ดังนั้น จึงพูดได้ว่าเครดิตบูโรไม่ได้มีผล 100% ในการทำให้ใครติดแบล็คลิสต์ แต่สาเหตุที่เรากู้ไม่ผ่าน มีหลายอย่าง ลองมาดูสาเหตุหลักๆ กัน

1. นโยบายการปล่อยสินเชื่อของแต่ละที่ต่างกัน เช่น บางที่มองว่าถ้าปิดหนี้หมดแล้วก็กู้ได้เลยทันที แต่บางที่อาจอยากรอดูประวัติการเงินให้นานกว่านั้น
2. รายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
3. ยังมีภาระหนี้อื่นๆ อยู่เยอะ ทำให้ธนาคารอาจจะมองว่าเราอาจชำระหนี้กู้ซื้อบ้านเพิ่มอีกไม่ไหว
4. ข้อมูลในเครดิตบูโรไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคารที่ขอกู้ เช่น มีการชำระไม่ครบ หรือไม่ตรงเวลานั่นเอง
5. เมื่อดูประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาแล้ว ธนาคารเห็นว่ามีโอกาสผิดชำระหนี้สูง

สรุปแล้ว ถ้ายังประวัติไม่ดีอยู่ ธนาคารก็จะอนุมัติสินเชื่อได้ยาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะมองว่าความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้นั้นอยู่ในระดับต่ำ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคารที่อาจจะไม่เหมือนกัน

เทคนิคเคลียร์แบล็คลิสต์

มนุษย์เงินเดือน, Work-Life Balance

แล้วต้องทำยังไงถึงจะหลุดจากการเป็นแบล็คลิสต์ได้นะ? เราสามารถเคลียร์ประวัติการเงินให้กลับมาดูดีอีกครั้งได้ ตามขั้นตอนนี้!

ขั้นแรก จัดลำดับความสำคัญของหนี้แต่ละประเภท โดยดูที่อัตราดอกเบี้ยเป็นหลักเลย หรือจัดสรรหนี้ทั้งหมดให้เป็นก้อนเดียว ก็จะลดดอกเบี้ยได้ ขั้นต่อมาให้ติดต่อธนาคาร เพื่อเจรจาขอปรับโครงสร้างหนี้ อาจจะขอลดอัตราดอกเบี้ย หรือขยายระยะเวลาในการชำระ เพื่อลดภาระต่อเดือนลง

เมื่อคุยกับธนาคารแล้ว ขั้นต่อไปก็เริ่มต้นสร้างประวัติสินเชื่อใหม่ให้สวยงามได้ ด้วยการชำระหนี้ให้ตรงเวลาและครบจำนวน สุดท้าย ปิดหนี้ที่เหลืออยู่ให้หมด แล้วพยายามรักษาประวัติให้ขาวสะอาดแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เท่านี้ ก็จะทำให้เรากู้ซื้อบ้านผ่านได้ง่ายขึ้น

และหลังจากปิดหนี้ทั้งหมดแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายควรสร้างวินัยในการใช้บัตรเครดิตมากขึ้น และลดการสร้างหนี้ที่ไม่จำเป็น จะได้ไม่ต้องเจอปัญหาแบล็คลิสต์อีกในอนาคต

เช็กประวัติอีกครั้งหลังเคลียร์แบล็คลิสต์

blacklist home loan-thinking-manthinking-ติดแบล็คลิสต์-ซื้อบ้าน-homeloan-sansirifinancialplanner-sansiriblog-blacklist

หลังจากเคลียร์ประวัติแบล็คลิสต์แล้ว อย่าลืมเช็กเครดิตบูโรของตัวเองอีกครั้ง โดยเช็กกับทางธนาคารโดยตรงได้เลย ช่องทางการเช็กของแต่ละธนาคารรวมถึงข้อมูลที่น่าสนใจ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเครดิตบูโร  www.ncb.co.th/faq จากนั้นนำหลักฐานมาใช้ยืนยันในการยื่นกู้ซื้อบ้านครั้งต่อไป

โดยปกติ ข้อมูลเครดิตบูโรจะถูกบันทึกและส่งมอบให้ธนาคารย้อนหลัง 3 ปี ดังนั้น ควรเคลียร์ประวัติให้สวยงามก่อนอย่างน้อย 3 ปีก่อนยื่นกู้จะดีที่สุด แต่ทั้งนี้การพิจารณาก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารด้วยเช่นกัน

เงินเดือนไม่ถึงสองหมื่น ก็กู้ซื้อบ้านได้! ผ่านง่ายกว่าที่คิด sansiri home financial planner

นอกจากเรื่อง ติดแบล็คลิสต์ แล้ว หากมีข้อกังวลอื่นๆ เรื่องการเงินหรือการกู้ซื้อบ้าน สามารถมาปรึกษา Sansiri Home Financial Planner จากแสนสิริได้ บริการนี้จะให้คำแนะนำคุณในเรื่องการเงิน และการกู้ซื้อบ้านและคอนโดทุกขั้นตอน ช่วยให้การกู้ซื้อง่ายกว่าที่คิด

อ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะช่วยให้หลายคนสบายใจขึ้นเรื่องการติดแบล็คลิสต์ และคงได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการเตรียมกู้ซื้อบ้านกันไปด้วย Sansiri Blog ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนสร้างประวัติการเงินที่ดีไปด้วยกัน

CONTRIBUTOR

Related Articles

ขายของออนไลน์ ก็กู้ซื้อบ้านได้ ง่ายนิดเดียว-ขายออนไลน์ซื้อบ้าน-กู้บ้าน-sansirihomefinancialplanner

ขายของออนไลน์ ก็กู้ซื้อบ้านได้ ง่ายนิดเดียว

ในยุคของ E-Commerce แบบนี้ ไม่ว่าหันไปทางไหน ใครๆ ก็ซื้อของออนไลน์กันทั้งนั้น จึงไม่แปลกเลยที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จะกลายเป็นอาชีพยอดฮิต เพราะค่อนข้างมั่นคงและรายได้ดีไม่แพ้งานประจำเลย เผลอๆ ดีกว่าด้วยซ้ำ อะไรคือสาเหตุที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์กู้ไม่ผ่าน? แต่ทั้งๆ ที่ยอดขายทะลุเป้าทุกเดือนแบบนี้ ทำไมพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายคนถึงยังกู้ไม่ผ่านในเวลาที่อยากมีบ้านกันล่ะ? สาเหตุหลักเลย คือหลายคนไม่ได้เก็บหลักฐานการใช้จ่ายของธุรกิจไว้ เช่น ใบสั่งซื้อ หรือบิลต่างๆ ทำให้พิสูจน์ไม่ได้ว่ารายได้มาจากการขายออนไลน์จริงหรือไม่

กู้ร่วม ทางออกของคนอยากมีบ้าน

เชื่อว่าทุกคนที่กำลังวางแผนซื้อบ้าน ต้องมีบ้านในฝันของตัวเองอยู่แล้ว… ปัญหาคือถ้าได้วงเงินกู้ไม่เพียงพอ หรือยื่นกู้ไม่ผ่านขึ้นมา บ้านหลังนั้นคงหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย แต่อย่าเพิ่งหมดหวังกัน! เพราะปัญหานี้มีทางออก “การกู้ร่วม” นี่เอง คือทางออกที่จะทำให้บ้านในฝันเป็นของเราได้ง่ายขึ้น แล้วการกู้ร่วมต้องทำยังไง มีเทคนิคยังไงบ้าง Sansiri Blog มีคำตอบ กู้ร่วมคืออะไร? ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักการกู้ร่วมกันก่อน “การกู้ร่วม” คือการร่วมเซ็นสัญญายื่นกู้ทรัพย์สินชิ้นเดียวกัน

Sansiri Home Financial Planner ที่ปรึกษาเรื่องการเงินจากแสนสิริ

Sansiri Home Financial Planner ที่ปรึกษาเรื่องการเงินจากแสนสิริ ช่วยคุณมีบ้านง่าย ได้ยังไงบ้าง?

“อยากมีบ้าน แต่กลัวเรื่องกู้…, จะกู้แต่ก็กลัวเรื่องเอกสารวุ่นวาย…, ไหนจะต้องติดต่อธนาคาร โอ้ยย ทำไมมีบ้านสักหลัง ต้องคิดอะไรเยอะแยะจัง” สารพัดหลายปัญหาหลายความกังวลของคนอยากมีบ้าน แสนสิริเข้าใจดีว่าการซื้อบ้านสักหลังนึงสำหรับบางคนถือเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต หลายๆ คนอาจมีข้อจำกัดในหลายๆ ด้าน เราจึงมีบริการเพื่อสำหรับผู้ที่สนใจอยากเป็นเจ้าของโครงการจากแสนสิริ “Sansiri Home Financial Planner” บริการให้คำแนะนำเรื่องการวางแผนการเงินเพื่อคนอยากมีบ้าน ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจากธนาคารชั้นนำมาเป็นที่ปรึกษา ทั้งการเตรียมเอกสาร