กินเจ

3 ข้อห้ามการกินเจ จำขึ้นใจในเทศกาลกินเจ

กินเจ สำหรับใครที่เริ่มรับประทานเจปีนี้เป็นปีแรกอาจยังไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง นอกเหนือจากการงดรับประทานเนื้อสัตว์แล้ว
แสนสิริ บล็อก จึงขอแนะนำ 3 ข้อสำคัญที่ต้องจำให้ขึ้นใจ เพื่อให้การกินเจนี้ได้บุญอย่างเต็มอิ่ม และถือเป็นการกินเจที่แท้จริง

กินเจ ปลอดผักฉุน

บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าทำไมกินเจนั้นต้องไม่กินผักฉุนทั้งหลายเหล่านี้ ทั้งที่ผักนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเนื้อสัตว์ และถือเป็นพืชผักที่เกิดตามธรรมชาติ แสนสิริ บล็อก จึงมาไขข้อสงสัยว่าทำไมในช่วงที่เราถือศีลกินเจ ผักเหล่านี้จึงเป็นข้อห้ามที่ต้องจำขึ้นใจว่าอย่ากิน

สาเหตุหลัก คือ ผักฉุนทั้ง 5 ชนิดนั้นเป็นผักที่มีรสหนัก มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง ดังนั้นจึงอาจส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของผู้กินเจได้ นอกจากนี้ ชาวจีนยังเชื่อกันว่า ผักฉุนดังกล่าวมีพิษทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ ไปดูกันว่าผักเหล่านี้ไม่ดีอย่างไร

หลักเกียว

keep-in-mind-kinj_sansiri-blog-2

หลักเกียว หรือที่รู้จักว่า กระเทียมโทนจีน ลักษณะคล้ายหัวกระเทียมที่พบเห็นทั่วไป แต่จะมีขนาดเล็ก และยาวกว่า ในทางการแพทย์ของจีนเชื่อว่า หลักเกียว ส่งผลกระทบต่อธาตุดินในร่างกาย และไปทำลายการทำงานของม้าม

กระเทียม

keep-in-mind-kinj_sansiri-blog-6

ทั้งหัวกระเทียม ต้นกระเทียม อาจส่งผลกระทบต่อธาตุไฟของร่างกาย แม้ว่ากระเทียมจะมีสารที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล แต่กระเทียมมีความระคายเคืองสูง อาจไปทำลายการทำงานของหัวใจได้ ดังนั้น ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือโรคตับ ไม่ควรรับประทานกระเทียมมาก

หัวหอม

keep-in-mind-kinj_sansiri-blog-5

รวมไปถึงต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมหัวใหญ่ ซึ่งตามหลักการแพทย์โบราณของจีนเชื่อว่า หัวหอม จะกระทบกระเทือนต่อธาตุน้ำในร่างกาย และไปทำลายการทำงานของไต แม้ว่าหอมแดงจะมีฤทธิ์ช่วยขับลม แก้ท้องอืด แก้ปวดประจำเดือน แต่ไม่ควรบริโภคมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาการหลงลืมได้ง่าย นอกจากนี้ อาจส่งผลให้มีอาการตาพร่ามัว รวมทั้งมีกลิ่นตัวแรงกว่าปกติด้วย

กุยช่าย

keep-in-mind-kinj_sansiri-blog-1

เชื่อกันว่า กุยช่ายจะไปกระทบกระเทือนต่อธาตุไม้ในร่างกาย และทำลายการทำงานของตับ

ใบยาสูบ

keep-in-mind-kinj_sansiri-blog-3

ไม่ว่าจะเป็นยาเส้น บุหรี่ หรือของเสพติดมึนเมา เนื่องจากสิ่งเสพติดเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อธาตุโลหะในร่างกาย และทำลายการทำงานของปอด

กินเจปลอดรสจัด

keep-in-mind-kinj_sansiri-blog-7 keep-in-mind-kinj_sansiri-blog-8

การห้ามรับประทานอาหารรสจัด ทั้งอาหารรสเผ็ดมาก เค็มมาก หวานมาก และเปรี้ยวมาก เนื่องมาจากปกติคนจีนจะไม่กินอาหารรสจัดอยู่แล้ว เพราะเชื่อว่าอาหารรสจัดจะเข้าไปทำลายสุขภาพในร่างกาย เช่น หากกินเผ็ดจัดก็จะไปทำลายกระเพาะ กินเค็มจัดจะไปทำลายไต ซึ่งข้อห้ามเหล่านี้ถือว่าถูกหลักของการแพทย์ แต่บางคนที่ปฏิบัติไม่เคร่งครัดนัก เช่น ชอบรสเค็มจัดก็สามารถใช้เกลือแทนน้ำปลา

กินเจ ใจต้องเจ

คนที่กินเจ ไม่ใช่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่คนกินเจยังต้อง ดำรงตนให้อยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาดงดงามทั้งกาย วาจา และใจ และเป็นการถือศีลบำเพ็ญธรรมไปด้วยพร้อมกันจึงเรียกว่า “กินเจที่แท้จริง”

keep-in-mind-kinj_sansiri-blog-9

โดยในช่วงเทศกาลกินเจนั้น เราควรยึดถือหลักธรรม 2 ประการ นั่นก็คือ

การดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น  คือ ไม่เอาชีวิตของสัตว์ทั้งหลายมาต่อเติมบำรุงเลี้ยงชีวิตของตน, ไม่เอาเลือดของสัตว์ทั้งหลายมาเป็นเลือดของตน และไม่เอาเนื้อของสัตว์ทั้งหลายมาเป็นเนื้อของตัวเอง

การดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่ไม่เบียดเบียนตนเอง  คือ จะรับประทานสิ่งใดเข้าไปต้องไม่ทำให้ร่างกายทรุดโทรมเท่ากับเป็นการเบียดเบียนตนเอง ดังนั้นจึงมีการห้ามของมึนเมา สารเสพติด ขณะที่วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ยืนยันว่า เลือดและเนื้อของสัตว์ที่ถูกฆ่าตายเต็มไปด้วยพิษภัยมากมาย เนื้อสัตว์เหล่านี้จึงจัดเป็นพิษชนิดหนึ่งเช่นกัน การละเว้นจึงส่งผลดีต่อร่างกายอีกด้วย

ไปดูการเตรียมตัวก่อนกินเจกัน คลิก

Sansiri Blog

Related Articles

กินเจ, ถือศีลกินผัก

5 ของฝากจากภูเก็ตสำหรับเทศกาลกินเจ โดยแสนสิริ

4 ปีมาแล้ว ที่แสนสิริได้ร่วมสืบสานเทศกาลถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ต แสนสิริ บล็อก จึงรวบรวม 5 สิ่งของพื้นเมืองที่เราได้ส่งต่อไปยังลูกบ้านและผู้เข้าร่วมเล่นกิจกรรมในช่วงเทศกาลกินเจของ 4 ปีที่ผ่านมามาให้ดู

ภูเก็ต

ย้อนรอยร้านดัง ความหลังเรื่องกินเจ จ.ภูเก็ต

ประเพณีถือศีลกินผัก หรือที่เรียกขานกันทั่วไปในหมู่ชาวภูเก็ตว่า “เจี๊ยะฉ่าย” คืองานเฉลิมฉลององค์เก้าราชันย์หรือกิ๊วหองเส้งโห่ย ถือเป็นประเพณีประจำปีที่สำคัญและยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก ปฎิบัติสืบต่อกันมาอย่างเคร่งครัดจากรุ่นสู่รุ่นเป็นระยะเวลาเกือบ 200 ปี ซึ่งประเพณีถือศีลกินผักนี้เริ่มต้นครั้งแรกที่ไล่ทู้ หรือบริเวณอำเภอกะทู้ในปัจจุบันเมื่อปีพ.ศ. 2368 โดยครั้งนั้นได้นำอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงบทสวดมนต์จากเมืองกังไส ประเทศจีน มาประกอบพิธีกรรมเพื่อให้ถูกต้องและครบถ้วนตามหลัก

close

ฟรี eBook 10 เทคนิคแต่งบ้านให้ดูหรู โดยที่ไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป

(เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านมือใหม่!)