เด็กหลุดระบบการศึกษา
ปัญหาที่ต้องช่วยกัน
ให้เป็น “ศูนย์”

การมาของโควิด-19 พลิกชีวิตผู้คนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักก็คือเหล่าเด็กๆ

เพราะไม่ว่าจะเป็นการต้องปรับตัวเพื่อเรียนออนไลน์ ต้องแบกรับความเครียด รับมือปัญหาสุขภาพจิต และที่มากกว่านั้น คืออนาคตของเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังจะต้องถูกโรคระบาดพัดพาหายไป เพราะในวิกฤตครั้งนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้เรียนต่อ และต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาไปอย่างน่าเสียดาย

เปิดเทอมครั้งต่อไป อาจไม่ได้เจอเพื่อนๆ เหมือนเดิม

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แสนสิริ เด็กหลุดระบบการศึกษา เรียนออนไลน์ หุ้นกู้แสนสิริ เพื่อการศึกษา zero drop-out หุ้นกู้แสนสิริ เพื่อการศึกษา zero drop-out

ถ้าหากลองถามเด็กนักเรียนว่าชอบเรียนออนไลน์หรือเรียนที่โรงเรียนมากกว่า ส่วนใหญ่มักตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากกลับไปเรียนที่โรงเรียน ด้วยเหตุผลว่าเรียนออนไลน์ไม่ค่อยเข้าใจ อยากทำกิจกรรม ที่สำคัญคืออยากเจอเพื่อน แต่สิ่งที่น่าเศร้าคือ ในขณะที่เด็กๆ หลายคนรอโรงเรียนเปิดอย่างใจจดใจจ่อ เด็กอีกกลุ่มหนึ่งก็กำลังหมดโอกาสที่จะได้กลับไปเจอเพื่อนๆ เพราะเมื่อสิ้นสุดปีการศึกษา 2564 นี้ จะมีเด็กถึง 50,000 คนหรือมากกว่านั้นที่ต้องหลุดจากระบบการศึกษาไป และจากการคาดการณ์ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จำนวนเด็กหลุดจากระบบการศึกษาจะเพิ่มขึ้นทุกปี ถ้ายังไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ

ย้อนกลับไปก่อนการระบาดของโควิด-19 ข้อมูลจาก กสศ. บอกว่าประเทศไทยมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอยู่แล้วถึง 500,000 คน* โดยส่วนมาก นักเรียนที่เสี่ยงหลุดจากระบบมากที่สุดคือนักเรียนในกลุ่มรอยต่อระหว่างช่วงชั้น โดยเฉพาะระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพราะถือเป็นปีสุดท้ายของการศึกษาภาคบังคับ เมื่อเรียนจบชั้น ม.3 แล้ว ก็ต้องตัดสินใจว่าจะเรียนต่อหรือไม่ ซึ่งนักเรียนที่มาจากครอบครัวรายได้น้อยมักจะเลือกไม่เรียนต่อเพราะเศรษฐกิจครอบครัวไม่เอื้ออำนวย และตัดสินใจออกไปหางานทำแทน

โควิด-19 กับภาระหนักอึ้งที่นักเรียนต้องแบกรับ’

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แสนสิริ เด็กหลุดระบบการศึกษา เรียนออนไลน์ หุ้นกู้แสนสิริ เพื่อการศึกษา zero drop-out หุ้นกู้แสนสิริ เพื่อการศึกษา zero drop-out

ถึงแม้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาจะเป็นปัญหาเรื้อรังที่มีมายาวนาน แต่การมาของโควิด-19 กลับยิ่งซ้ำเติมให้ปัญหาหนักขึ้น เพราะเมื่อเศรษฐกิจซบเซาด้วยโรคระบาด สถานะทางการเงินของนักเรียนก็แย่ลงไปด้วย เห็นได้จากสถิติของ กสศ. ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 มีนักเรียนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ยากจนพิเศษ” มากถึง 1,302,968 คน ถือว่าเป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยสำรวจมา โดยกลุ่มยากจนพิเศษนี้ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเพียงครอบครัวละ 1,094 บาทเท่านั้น!

เมื่อรายได้เฉลี่ยลดลงเหลือเดือนละประมาณหนึ่งพันบาท ผู้ปกครองจำนวนมากก็ต้องเผชิญกับ “ภาวะยากจนเฉียบพลัน” บ้างถูกลดเงินเดือน บ้างถูกพักงานไม่มีกำหนด บ้างก็ถูกเลิกจ้างกระทันหัน สถานการณ์แบบนี้บีบให้ผู้ปกครองต้องตัดรายจ่ายออกให้มากที่สุดเพื่อความอยู่รอด ซึ่งนั่นแปลว่า ต้องยอมตัดรายจ่ายในการเรียนของเด็กๆ ออกไปด้วย

แน่นอนว่าหลายครอบครัวอยากส่งให้ลูกหลานได้เรียนสูง แต่รายจ่ายด้านการศึกษานั้นเพิ่มขึ้นสวนทางกับรายได้อย่างเห็นได้ชัด เพราะถึงแม้จะได้รับการสนุบสนุนค่าเทอมจากภาครัฐ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ การไปโรงเรียนยังมีภาระค่าใช้จ่ายที่มากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าชุดนักเรียน ค่าบำรุงการศึกษา หรือแม้แต่ค่าอุปกรณ์เรียนออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ระบาด ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยอมรับว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ตัดสินใจนำลูกหลานออกจากระบบการศึกษา ด้วยเหตุนี้เอง การที่จะดึงเด็กๆ กลับเข้ามาสู่ระบบได้ ต้องสนับสนุนรายจ่ายให้กับผู้ปกครองเป็นอันดับแรก

เรียนออนไลน์ ขยายความเหลื่อมล้ำ

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แสนสิริ เด็กหลุดระบบการศึกษา เรียนออนไลน์

หากมองเผินๆ บางคนอาจเข้าใจผิดว่าการเรียนออนไลน์จะประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการไปโรงเรียน แต่อันที่จริงแล้วไม่ใช่ สำหรับเด็กกลุ่มยากจนและยากจนพิเศษ การเรียนออนไลน์คือการเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย ทำให้เข้าถึงการศึกษาได้ยากลำบากขึ้นหลายเท่า และอาจนำไปสู่การหลุดออกจากระบบการศึกษาได้

ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการเรียนออนไลน์ คือนักเรียนจำนวนมากไม่มีอุปกรณ์ที่พร้อม จากทั่วประเทศไทย มีนักเรียนถึง 271,888 คนจากที่ขาดคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตสำหรับเรียน และหลายคนเข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ตและไฟฟ้า ซึ่งเมื่อขาดอุปกรณ์เหล่านี้ นักเรียนก็ไม่สามารถเข้าเรียนได้ แต่ถ้าจะต้องซื้อ ก็อาจเป็นค่าใช้จ่ายที่แพงเกินกว่าผู้ปกครองจะจ่ายไหว เมื่อถึงจุดนี้ ผู้ปกครองหลายคนก็จำต้องตัดสินใจให้เด็กออกจากระบบการศึกษา

นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงที่เพิ่มมาเมื่อนักเรียนต้องเรียนที่บ้าน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าอาหารกลางวันสำหรับเด็กเล็ก (ซึ่งปกติจะมีแจกที่โรงเรียน) ยิ่งสำหรับครอบครัวที่มีเด็กอยู่หลายคน ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็ยิ่งทวีคูณ

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แสนสิริ เด็กหลุดระบบการศึกษา เรียนออนไลน์ หุ้นกู้แสนสิริ เพื่อการศึกษา zero drop-out หุ้นกู้แสนสิริ เพื่อการศึกษา zero drop-out

การศึกษาคือหนึ่งในรากฐานที่สำคัญของสังคม ถ้าหากสถานการณ์เด็กหลุดจากระบบการศึกษายังคงเป็นแบบนี้ต่อไป สังคมไทยของเราอาจไม่ได้เห็นอนาคตที่สดใสอย่างที่หวัง ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนจะต้องหยิบยกหัวข้อเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาขึ้นมาพูดคุยอย่างจริงจัง ร่วมกันหาทางออก

พร้อมช่วยทำให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาเป็นศูนย์ให้ได้ เพื่อคืนโอกาสให้กับเด็กๆ ให้พวกเขาได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ที่จะร่วมสร้างอนาคตที่สดใสให้กับสังคมเราต่อไป

ที่มา : กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

CONTRIBUTOR

Related Articles

Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน

6 ชีวิตที่ ‘ZERO DROPOUT’ ได้ช่วย ไม่ให้หลุดการศึกษา

ช่วงต้นของโครง ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน‘ ที่แสนสิริบริจาคเงินให้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ) เพื่อดำเนินการนำเด็กที่มีความเสี่ยงหรือหลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าโรงเรียน… เป็นช่วงที่ทีมงานเริ่มลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจปัญหาและช่วยเหลือเด็กที่ถูกระบุจากทางหน่วยงานแล้วว่ามีความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาในเร็ววัน ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งแรกเราได้รับทราบเรื่องราวจากเด็กจาก 6 ครอบครัว โดยเริ่มจากเรื่องราวของน้องๆ ทั้ง 3 ชีวิต ที่ทางโครงการ ZERO DROPOUT ได้เริ่มดำเนินการช่วยเหลือทันที น้องทอง

zero dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน

วิกฤติความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา ของเด็กไทย

การศึกษาเป็นต้นทุนของชีวิตที่สำคัญของเด็กๆ และเชื่อว่าผู้ปกครองทุกคนคงพยายามหาทางเลือกในการศึกษาที่เหมาะสมกับกับบุตรหลาน ซึ่งมีตัวเลือกมากมาย จะเป็นโรงเรียนสหศึกษา โรงเรียนคริสต์ โรงเรียนพุทธ โรงเรียนนานาชาติที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด หลายครอบครัวกังวลว่าส่งบุตรหลานไปเรียนที่นี่แล้วจะเก่งไหม มีสังคมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมไหม ฯลฯ ยิ่งช่วงโควิด แทนที่เด็กๆ จะได้ใช้เวลาอยู่กับคุณครู เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่โรงเรียน กลับกลายเป็นต้องนั่งเรียนออนไลน์ ผู้ปกครองหลายคนก็ค่อนข้างหนักใจ กลัวว่าการเรียนการสอนจะทำได้ไม่เต็มที่

ZERO DROPOUT เด็กทุกคนต้องได้เรียน

ZERO DROPOUT เด็กทุกคนต้องได้เรียน

“เด็กหลุดระบบการศึกษา” เรื่องใกล้ที่ไกลตัวออกไปทุกที การระบาดของโควิด-19 ครอบครัวรายได้ลดลง เด็กต้องช่วยทำงาน การได้รับการศึกษาจึงขาดหายไป… และในปี 2565 มีเด็กเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา มากถึงประมาณ 2 ล้านคน!   . แสนสิริชวนคุณร่วมสร้างประวัติศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย ด้วยการลงทุนในหุ้นกู้แสนสิริ ระดมทุน 100 ล้านบาท