World Evironment day วันสิ่งแวดล้อมโลก

World Environment Day
ถึงวันที่ต้องรักโลก เท่ารักตัวเอง

ข้อมูลจาก UNEP บอกว่า 9 ใน 10 ของประชากรโลกหายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนมลพิษเข้าไป ทำให้แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรราว 7 ล้านคน ในจำนวนนี้เกินครึ่ง กว่า 4 ล้านคนอยู่ในแถบเอเชีย – แปซิฟิก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในระดับโลกถึง 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี”
คำบรรยายที่แสดงให้เห็นถึงสภาพของสิ่งที่เกิดขึ้นในโลก ซึ่งให้เราเข้าใจสภาพสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันได้เห็นภาพชัดเจน

ฝุ่น PM 2.5

ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ต่างๆ ทั้งเรื่อง หิมะขั้วโลกเหนือละลาย น้ำท่วม แผ่นดินไหว อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นทุกวัน และมลภาวะเรื่องฝุ่น เกือบทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเป็นผลพวงจากน้ำมือของมนุษย์ที่กระทำต่อโลกซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกๆ วัน และแม้จะมีกำหนดให้ทุกวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญ แต่นั่นมีความหมายอะไรอยู่ในนั้นบ้าง? เราลองไปดูตัวอย่างหัวข้อในแต่ละปีกันดีกว่า ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

1989 – Global Warming, Global Warming : ภาวะโลกร้อน
2000 – 2000 The Environment Millennium : Time to Act : ปี 2000 สหัสวรรษแห่งชีวิตสิ่งแวดล้อม : ร่วมคิด ร่วมทำ เพื่อโลก เพื่อเรา
2003 – Water – Two Billion People are Dying for it! : รักษ์น้ำเพื่อสรรพชีวิต ก่อนวิกฤตจะมาเยือน
2012 – Green Economy : Does it include you? : คุณคือพลัง สร้างสรรค์เศรษฐกิจ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
2018 – Beat Plastic Pollution : If you can’t reuse it, refuse it! : รักษ์โลก เลิกพลาสติก!

ตัวอย่างหัวข้อที่ยกขึ้นมาร้อยเรียงเป็นไทม์ไลน์ นั่นหมายถึงในแต่ละปียังคงมีเหตุการณ์และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนเสมอ จะต้องดีแน่ ถ้าเราทุกคนต่างร่วมมือกัน ทำให้ทุกวันเปรียบเป็นดั่งวันสิ่งแวดล้อมโลก เริ่มต้นจากอะไรง่ายๆ ที่คุณสามารถลงมือได้ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะทำให้หัวข้อของแต่ละปีค่อยๆ จางลง และจางหายไปพร้อมกับสภาพแวดล้อมโลกที่สะอาดอย่างยั่งยืน

world Environment day

Cr. Africa | UN Environment

และในปีนี้ หัวข้อ “Beat Air Pollution : WE CAN’T STOP BREATHING. BUT WE CAN DO SOMETHING ABOUT THE QUALITY OF OUR AIR เราไม่สามารถหยุดหายใจได้ แต่เราสามารถทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้คุณภาพอากาศของเราดีขึ้นได้” สะท้อนผลกระทบปัญหาด้านหมอกควันฝุ่นละออง PM 2.5 และอากาศพิษที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกในปัจจุบัน

ลองรับชมภาพยนตร์สั้นจาก UN Environment ที่วิธีการเล่าออกมาได้แตกต่างอย่างน่าสนใจ เพราะไม่ใช่เรื่องการดึงประเด็นมาให้ทุกคนตระหนักรู้สึกผิด แต่กระตุ้นให้ฉุกคิดได้อย่างแนบเนียน

**Spoiler Alert ใครยังไม่ได้ชมภาพยนตร์สั้นอย่าเพิ่งอ่านตรงนี้นะ* ดูคลิปข้างบนแล้ว คุณเห็นอะไรบ้าง? คุณอาจจะเห็นประโยคตอนจบว่า “That was the day the world began to save itself. That day was June 5th, 2019” ที่แฝงด้วยนัยยะเชิญชวนให้ทุกคนร่วมลงมือกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

sansiri tree story

Sansiri Tree Story 4 กระบวนการดูแลรักษาต้นไม้

แต่ไม่ต้องไปมองที่ไหนไกล ที่แสนสิริ เราได้เริ่มเอาไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Sansiri Green Mission ที่ได้วางวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมและแนวคิดรักษ์โลกใหม่ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น WASTE MANAGEMENT วางระบบจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ, DUST-FREE HOUSE นวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่น และ Sansiri Tree Story 4 กระบวนการความใส่ใจที่ใช้ในการดูแลรักษาต้นไม้ และธรรมชาติรอบตัว

dust free house เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา

Dust-Free House นวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่นที่เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา

ในวันสิ่งแวดล้อมโลกนี้ แสนสิริไม่ได้แค่มุ่งมั่นในการลดการใช้พลังงานและปล่อยของเสียลงปีละมากกว่า 10% ทุกโครงการต่อเนื่อง 3 ปี และสร้างคุณภาพชีวิตอันยอดเยี่ยมในการอาศัยอยู่ แต่เราตั้งใจที่จะมุ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เริ่มต้นเปลี่ยน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน พร้อมให้ทุกวันคือวันที่เราจะดูแลสิ่งแวดล้อมโลกไปพร้อมๆ กัน

Related Articles

sansiri tree day ปลูกหนึ่งให้ถึงแสน

Tree Day ดีเดย์! เติมความเขียว ตามสไตล์คนเมือง ใครว่าทำไม่ได้

ปลูกต้นไม้ เรื่องง่ายๆ ใกล้ตัว ที่มักถูกผลักออกไปให้ไกลตัวด้วยอุปสรรคเส้นบางๆ ที่เรายกขึ้นมาขวางกั้นตัวเองทุกครั้ง รู้นะ…ว่าโลกร้อน ฝุ่นลอยฟุ้งเป็นหมอกพิษ สนับสนุนนะ…ให้ทุกคนปลูกต้นไม้ แต่อยู่กลางเมืองแบบนี้ ต้องขอบาย ปลูกเองไม่ได้จริงๆ ว่าแต่ ใครว่าอยู่เมืองใหญ่ จะปลูกพื้นที่สีเขียวให้เติบโตไม่ได้? หลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะหันไปร่วมวงสนทนาไหน ก็ได้ยินปัญหาโลกร้อนและปัญหามลพิษจากทั่วทุกสารทิศเต็มไปหมด เรียกได้ว่าสิ่งแวดล้อมที่เข้าขั้นวิกฤตนี้ กลายเป็นวาระแห่งชาติ หรือถ้าจะให้ถูกก็คงต้องวาระแห่งมนุษยชาติเลยทีเดียว

ใครนิ่ง แต่เราไม่นิ่งตาม : รวมพลัง “ทวงคืน” โลกที่น่าอยู่

ฝุ่นละอองเล็กๆ ที่ปกคลุมผืนฟ้าเหนือหลายๆ จังหวัดของไทย รวมถึงควันไฟที่ลอยคละคลุ้งรอบตัว จากวิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่ทุกแห่งหน กลายเป็นส่วนหนึ่งของอากาศที่เราหายใจอย่างชินชาไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะหยุดความสนิทกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษไว้เพียงแค่นี้? ขึ้นปี 2020 มาหยกๆ ตั้งใจไว้อย่างดีว่าปีนี้นี่ล่ะ จะต้องเปิดรับสิ่งดีๆ และซึมซับพลังบวกเข้ามาในชีวิตให้เยอะที่สุด แต่พอหันกลับมามองโลกรอบตัวจริงๆ เท่านั้น…กลับกลายเป็นว่าสิ่งเดียวที่ได้เปิดรับ คือวิกฤตสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ที่ค่อยๆ ย่างกรายมาส่งผลต่อชีวิตมากขึ้นทีละน้อย ไฟป่า ฝุ่นพิษ

หยุดยาวทั้งที ก็เที่ยวครบสูตรได้ แม้อยู่ในกรุงเทพ

ถึงช่วงเทศกาลหยุดยาว หรือวันหยุดสั้นๆ อย่างเสาร์อาทิตย์ทีไร ชาวกรุงอย่างเราๆ ก็มักจะวางแผนทริปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศเจ๋งๆ สักทริป เพราะร่างกายและจิตใจที่แสนเหนื่อยล้าจากการทำงานของเรานั้นโหยหาความผ่อนคลาย ยิ่งได้ใกล้ชิดธรรมชาติเท่าไหร่ยิ่งดี จึงไม่น่าแปลกใจที่จุดหมายการท่องเที่ยวไม่เคยหลุดโผไปจากการขึ้นเขา ล่องแพ หรือเที่ยวทะเล เพราะนอกจากจะได้พักผ่อนในบรรยากาศชิลๆ แล้วยังได้เก็บรูปบรรยากาศเอามาแชร์ในโลกโซเชียลให้ทุกคนรู้ว่าเรากำลังแฮปปี้ดี๊ด๊าสุดๆ แต่รู้หรือเปล่าว่า … อยู่ในกรุงเทพก็ทำแบบนั้นได้นะ “เสาร์ อาทิตย์นี้ไปไหนกันดี?” “อยากได้ที่นั่งเม้ามอยแบบบรรยากาศชิลๆ” “ไปไหนก็ได้