“Therapeutic Garden”
พลังของการจัดสวนบำบัดร่างกายและจิตใจ

รู้จัก “Therapeutic Garden”
พลังของการจัดสวนบำบัดร่างกายและจิตใจ
เกราะป้องกันภาวะสมองเสื่อม  

ทุกคนเชื่อในพลังของธรรมชาติไหมคะ?
หลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าธรรมชาติสามารถบำบัดซ่อมแซมร่างกายและจิตใจของมนุษย์ได้ จากความเหนื่อยล้าและความบอบบางภายในจิตใจ

การจัดสวนถือเป็นการบำบัดจิตใจทางธรรมชาติรูปแบบหนึ่ง สวนไม่ใช่แค่พื้นที่แห่งความสวยงามหรือความร่มรื่นเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถปลอบประโลมหัวใจและเยียวยาร่างกายของเราได้อีกด้วย อย่างการจัดสวนที่ช่วยเชื่อมโยงเรากับธรรมชาติ เพื่อปรับสมดุลทางร่างกายและจิตใจที่เรียกว่า “การจัดสวนบำบัด” หรือ “Therapeutic Garden”

มีงานวิจัยหลายชิ้นตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดสวนบำบัดช่วยลดความเครียดจริงไหม? แล้วพบว่าการจัดสวนบำบัด สามารถช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ได้จริง
การจัดสวนบำบัด ไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ทั่วไป แต่เป็นการออกแบบพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกของเราอย่างลึกซึ้ง ผ่านการที่มนุษย์ได้สัมผัสดิน สูดกลิ่นอายของธรรมชาติ และกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 และอีกมากมาย

การจัดสวนไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ใหญ่ แต่อาจเป็นการจัดสวนที่มุมหน้าต่างเล็กๆ ที่บ้านหรือริมระเบียงคอนโดก็ได้ เพราะการบำบัดให้ได้ผลไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ แต่ขึ้นอยู่กับการลงมือทำจริงนั่นเองค่ะ

วันนี้ Mental Life by Chanisara จะพาทุกคนมาหาคำตอบกันว่า “Therapeutic Garden” ช่วยบำบัดร่างกายและจิตใจได้อย่างไร 

“Therapeutic Garden” เยียวยาความเครียดซ่อมแซมหัวใจ

การบำบัดด้วยการทำสวน หรือ “Therapeutic Garden” คือ การให้ธรรมชาติบำบัด ด้วยการเชื่อมโยงกับอารมณ์ เพราะการได้อยู่กับความเขียวขจี จะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลภายในจิตใจ เพราะเมื่อเราจัดสวน สมองจะกระตุ้นการหลั่งเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำให้เกิดความสุข

รวมถึงการปลูกต้นไม้ การขุดดิน หรือการถอนหญ้า ยังเป็นกิจกรรมทางกายที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยควบคุมความดัน และลดฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนความเครียด ทำให้เราสบายใจยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การได้อยู่กับสีเขียวและใส่ใจรายละเอียดของต้นไม้ ยังช่วยฟื้นฟูการจดจ่อและเพิ่มสมาธิให้ดีขึ้นอีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมการปลูกต้นไม้ถึงเยียวยาได้ทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ 

อย่างไรก็ตาม การจัดสวนบำบัดที่เหมาะสมควรจัดให้มีพันธุ์ไม้ 70% และฮาร์ดสเคป (Hardscape) หรือ สิ่งปลูกสร้างหรือพื้นที่ภายนอกอีก 30% เพื่อผสมผสานให้เกิดความสมดุลค่ะ

รู้ไหม “Therapeutic Garden” ป้องกันสมองเสื่อมได้อย่างไร

ทุกคนคงสงสัยกันใช่ไหมว่า การจัดสวนจะช่วยป้องกัน โรคสมองเสื่อมได้จริงหรอ?

จากงานวิจัยที่มีชื่อว่า “Lifestyle factors and risk of dementia: Dubbo Study of the Elderly” ซึ่งถูกตีพิมพ์ในวารสาร The Medical Journal of Australia ในปี 2006 พบว่า คนที่ทำสวนทุกวันสม่ำเสมอ สามารถลดภาวะสมองเสื่อม ได้ถึง 36 %  เช่น การปลูกต้นไม้ การพรวนดิน การยกของ เพราะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง แต่อย่างไรก็ตาม การจัดสวนบำบัดเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ต้องมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย 

จัดสวนบำบัด กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 และช่วยเยียวยาจิตใจ

การมองเห็น ปลูกต้นไม้สีโทนเย็น โดยมีสีเขียว สีฟ้า เพื่อให้เราตื่นตัวและรู้สึกสงบ

การได้ยิน การได้ฟังเสียงใบไม้ที่สีกัน เสียงน้ำไหล หรือปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่น แล้วมีนกมาอยู่ในสวน ก็สามารถช่วยให้ผ่อนคลายได้ 

การได้กลิ่น ปลูกพืชอโรมา ไม้ดอกหอม หรือสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม เมื่อได้กลิ่นแล้วช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เช่น มะลิ กุหลาบ ฯลฯ 

การสัมผัส เลือกปลูกต้นไม้ที่มีผิวสัมผัสหลากหลาย หรือผืนหญ้าที่มีผิวสัมผัสนุ่มนิ่ม ช่วยให้เวลานั่งลงไปแล้วรู้สึกสบาย

การลิ้มรส ปลูกพืชผักสวนครัวหรือผลไม้ที่ชอบและปลอดภัยสามารถเก็บไปรับประทานได้ 

How to เริ่มต้นจัดสวน บนพื้นที่ที่จำกัด

1. เริ่มจากริมระเบียงคอนโด ริมหน้าต่างบ้าน หรือในห้องน้ำที่บ้าน

2. นำของที่มีอยู่ในบ้านมารีไซเคิล เช่น ขวดแก้วหรือขวดโหลมาทำเป็นกระถาง

3. นำเศษอาหารที่เรากินมาทำปุ๋ยหมัก

4.  ช้พืชที่ไม่ต้องการแสงมาก เช่น ต้นอวบน้ำ ต้นเฟิร์น

5. จัดแต่งอย่างสวยงามตามที่เราชอบ

การจัดสวนบำบัด ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามหรือความร่มรื่น
แต่เป็นการปลอบประโลมหัวใจ บรรเทาความทุกข์
ทำให้กลับมามีความสุขในการใช้ชีวิตอีกครั้ง


Source

https://www.baanlaesuan.com/250083/ideas/garden-ideas/therapeutic-garden/ 

https://www.facebook.com/share/p/1JjM7NZ7Zu/ 

https://asteroidhealth.com/blog/the-mental-health-benefits-of-gardening 

https://www.mja.com.au/journal/2006/184/2/lifestyle-factors-and-risk-dementia-dubbo-study-elderly 

Related Articles

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคงสู่ความสำเร็จ ตอนเด็กๆ หลายคนคงเคยได้ยินนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่ากันใช่ไหมคะ ถึงเต่าจะเชื่องช้า แต่เขาไม่เคยหยุดเดิน จนเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ เช่นเดียวกับ “Turtle Theory” ในมุมที่เราจะสื่อถึงอาจไม่ใช่ทฤษฎีทางจิตวิทยาโดยตรง แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้ค้นพบความหมายของชีวิต นั่นคือ การลองก้าวเดินอย่างช้าๆ ชะลอชีวิต ไม่ต้องไปโฟกัสว่าใครจะเดินเร็วกว่าเรา ซึ่งเป็นการลดความเครียดและปกป้องหัวใจของตัวเอง 

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ  แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราชอบลืมของบ่อยๆ เดียวลืมกระเป๋าสตางค์ เดี๋ยวลืมกุญแจรถ เดี๋ยวลืมแว่น หรือบางคนลืม Notebook ไว้ที่บ้านแล้วตัวเองมาทำงาน เพราะอะไรกันนะเราถึงได้ลืมของที่เราจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน  สำนักข่าว Times of India ได้ลงผลสำรวจที่มีชื่อว่า Average person forgets

Mom and kids… ทำไมแม่ถึงต้องคิดไปไกลเสมอ

แม่คิดเยอะเกินหรือกังวลมากไปรึเปล่า? ความรักของแม่ เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่เสมอ นั่นทำให้แม่อาจจะคิดไปไกลมากกว่าคนอื่นๆ หลายคนอาจจะพูดว่าแม่คิดมาก แต่แท้จริงแล้วแม่แค่คิดไปเผื่อวันข้างหน้า เพื่อให้ลูกเติบโตมาอย่างดีที่สุด จึงคิดไปไกลตั้งแต่อยู่ในท้องไม่ว่าจะเป็นลูกถนัดทางด้านไหน จะเรียนที่ไหน หรือเติบโตในสภาพแวดล้อมอย่างไรและอีกมากมาย การคิดมากของแม่เกิดจากกระบวนการในสมอง เพราะสมองถูกออกแบบมาให้คาดการณ์อนาคต โดยจำข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตร่วมกับปัจจุบัน เตรียมร่างกายเพื่อระวังภัยในอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับลูกได้ เพื่อให้ลูกปลอดภัย เช่น แม่คิดว่าลูกจะหกล้ม ก็จะเอามือไปจับก่อนที่เหตุจะเกิดนั่นเองค่ะ  อย่างไรก็ตาม เราต้องเข้าใจว่าเราไม่อาจควบคุมทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้