ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ
 แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราชอบลืมของบ่อยๆ

เดียวลืมกระเป๋าสตางค์ เดี๋ยวลืมกุญแจรถ เดี๋ยวลืมแว่น หรือบางคนลืม Notebook ไว้ที่บ้านแล้วตัวเองมาทำงาน เพราะอะไรกันนะเราถึงได้ลืมของที่เราจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน 

สำนักข่าว Times of India ได้ลงผลสำรวจที่มีชื่อว่า Average person forgets four things a day โดยระบุว่า คนเราจะสามารถขี้ลืมได้วันละ 4 เรื่องต่อวัน หรือประมาณ 1,460 ครั้งต่อปี และยังพบอีกว่าผู้ชายมักจะมีแนวโน้มลืมวันสำคัญมากกว่าผู้หญิงถึง 2 เท่า เช่น วันเกิดหรือวันครบรอบ

เพราะสมองของคนเราไม่สามารถจดจำเรื่องราวได้ทุกอย่าง เนื่องจากในแต่ละวันของเราต้องทำอะไรหลายอย่าง ทำให้เราจดจำแต่เรื่องสำคัญเท่านั้น บางเรื่องที่เราไม่ได้ให้ความสำคัญสมองไม่เข้ารหัสจำไว้ จึงเรียกว่า “Encoding Failure” เราจึงลืมอาจเพราะเราไม่จดจ่อกับสิ่งที่ทำหรือเรียกว่า “Absent-mindedness” 

วันนี้ Mental Life by Chanisara จะพาทุกคนไปหาคำตอบกันว่าการที่เราลืมของเป็นเรื่องธรรมดาหรือเป็นอัลไซเมอร์กันแน่

Encoding Failure

แค่ลืมหรือเป็นอัลไซเมอร์

ทุกคนเคยสงสัยไหม คนที่ขี้ลืมบ่อยๆ แค่ขี้ลืมธรรมดาหรือเป็นอัลไซเมอร์ ซึ่งอาการ “หลงลืมธรรมดา” อาจเกิดจากภาวะความเครียดความกังวลหรือมีสิ่งที่ต้องทำเยอะแยะมากมายทำให้อาจจะเกิดอาการหลงลืมได้และเป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน

แต่หากเป็นโรค “อัลไซเมอร์” คือโรคที่เกิดจากภาวะสมองเสื่อมโดยส่วนมากจะเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ โรคนี้เกิดขึ้นเพราะการเสื่อมถอยของสมอง ทำให้จะมีอาการหลงลืมมากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ชั่วครั้งชั่วคราว จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ลืมหน้าลูกหลาน ลืมว่ากินข้าวไปแล้ว ลืมวิธีการกลืนอาหาร เป็นต้น

เพราะฉะนั้นการลืมของบ่อยๆ ไม่ได้แปลว่าเราเป็นอัลไซเมอร์ แต่อาจเพราะเราทำอะไรหลายอย่าง ไม่ได้โฟกัสบางสิ่งทำให้เราเกิดหลงลืมไปนั่นเองค่ะ 

การลืมของเกิดจากอะไร?

คนเรามักจะลืมสิ่งของหรือเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้เป็นเรื่องปกติ เนื่องจาก

สมองของเราจะรับรู้ว่าเราทำอะไรเห็นอะไร จากนั้นจะนำเข้าไปเก็บในข้อมูลความทรงความจำ แต่เมื่อสิ่งเหล่านั้นไม่ได้เข้าไปเก็บในความจำระยะยาว จะถูกเรียกว่า “Encoding Failure” ทำให้เราลืมสิ่งของหรือเหตุการณ์เหล่านั้น จึงทำให้เรานึกเราพยายามเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกนั่นเองค่ะ

เพราะเราไม่ได้เก็บความทรงจำนั้นตั้งแต่ต้น เพราะความทรงจำของเราไม่ใช่ MV เพลง ที่จะเปิดเล่นใหม่ได้ตลอดเวลา รวมถึงเวลาเราดึงข้อมูลจากความทรงจำระยะยาวกลับมา เราอาจจะสร้างความทรงจำใหม่ได้ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงมั่นใจความทรงจำของตัวเองทั้งที่ไม่ใช่ความจริง

และมีทฤษฎี Ebbinghaus Forgetting Curve ยังระบุอีกว่า เราจะลืมข้อมูลใหม่ถึง 50% ภายใน 20 นาที และลืมข้อมูลใหม่ 70% ภายใน 1 วัน หรือในอีกแง่หนึ่งเราอาจลืมเพราะเราไม่ได้จดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นหรือเรียกว่า “Absent-mindedness” นั่นเองค่ะ

คนชอบลืมอะไรมากที่สุด

สำนักข่าว Times of India ได้ระบุว่าสิ่งที่คนเรามักลืมมากที่สุดมักจะเป็นสิ่งที่เราต้องใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น กุญแจ โทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ หรือเดินเข้าไปในห้องแล้วลืมว่าตัวเองมาทำอะไร หรือจะทำกับข้าวแล้วลืมเอาเนื้อสัตว์ออกมาจากช่องแช่แข็ง

นอกจากนี้ยังพบอีกว่าผู้ชายมักจะลืมวันสำคัญในชีวิตมากกว่าผู้หญิง เช่น วันครบรอบวันเกิด ในขณะที่ผู้หญิง 1 ใน 4 เคยโกหกเวลาลืมเรื่องสำคัญ เพราะกลัวมีปัญหาตามมานั่นเองค่ะ

การลืมเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากสิ่งไหนที่เราไม่อยากลืมเราอาจจะแก้ปัญหาด้วยการโฟกัส ใส่ใจแล้วเราจะไม่ลืมสิ่งนั้นง่ายๆ ค่ะ


Source

https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article 

https://openstax.org/books/psychology-2e/pages/8-3-problems-with-memory 

https://timesofindia.indiatimes.com/science/average-person-forgets-four-things-a-day-study/articleshow/22949797. 

Related Articles

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคงสู่ความสำเร็จ ตอนเด็กๆ หลายคนคงเคยได้ยินนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่ากันใช่ไหมคะ ถึงเต่าจะเชื่องช้า แต่เขาไม่เคยหยุดเดิน จนเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ เช่นเดียวกับ “Turtle Theory” ในมุมที่เราจะสื่อถึงอาจไม่ใช่ทฤษฎีทางจิตวิทยาโดยตรง แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้ค้นพบความหมายของชีวิต นั่นคือ การลองก้าวเดินอย่างช้าๆ ชะลอชีวิต ไม่ต้องไปโฟกัสว่าใครจะเดินเร็วกว่าเรา ซึ่งเป็นการลดความเครียดและปกป้องหัวใจของตัวเอง 

Mom and kids… ทำไมแม่ถึงต้องคิดไปไกลเสมอ

แม่คิดเยอะเกินหรือกังวลมากไปรึเปล่า? ความรักของแม่ เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่เสมอ นั่นทำให้แม่อาจจะคิดไปไกลมากกว่าคนอื่นๆ หลายคนอาจจะพูดว่าแม่คิดมาก แต่แท้จริงแล้วแม่แค่คิดไปเผื่อวันข้างหน้า เพื่อให้ลูกเติบโตมาอย่างดีที่สุด จึงคิดไปไกลตั้งแต่อยู่ในท้องไม่ว่าจะเป็นลูกถนัดทางด้านไหน จะเรียนที่ไหน หรือเติบโตในสภาพแวดล้อมอย่างไรและอีกมากมาย การคิดมากของแม่เกิดจากกระบวนการในสมอง เพราะสมองถูกออกแบบมาให้คาดการณ์อนาคต โดยจำข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตร่วมกับปัจจุบัน เตรียมร่างกายเพื่อระวังภัยในอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับลูกได้ เพื่อให้ลูกปลอดภัย เช่น แม่คิดว่าลูกจะหกล้ม ก็จะเอามือไปจับก่อนที่เหตุจะเกิดนั่นเองค่ะ  อย่างไรก็ตาม เราต้องเข้าใจว่าเราไม่อาจควบคุมทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้

Obstructive Sleep Apnea

รู้ไหม แค่นอนกรน…อาจเสี่ยงหยุดหายใจได้

ใครเป็นแบบนี้บ้าง! แค่นอนกรน เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตมากกว่าที่คิด มีคนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการกรนเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนแต่ความจริงแล้วการนอนกรนอาจเป็นอันตรายมากกว่าที่คิด บางคนอาจจะพูดถึงการกรนในเรื่องของเสียงรบกวนเวลานอนหลับในตอนกลางคืนสำหรับคนที่ต้องนอนร่วมกัน แต่การกรนอาจเป็นการส่งสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นหรือ “Obstructive Sleep Apnea” ซึ่งอาจส่งผลให้เป็นอันตรายต่อชีวิตได้เลยค่ะ การนอนกรนเกิดได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการอดนอน น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น การตั้งครรภ์ อาการคัดจมูกหรืออายุมากขึ้น เพราะเมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ อาจมีการหย่อนตัวลงทำให้ปิดทางเดินหายใจ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งการ กรนอาจจะเกิดชั่วคราวหรือในระยะยาวก็ได้