Dogs can sense human emotions.

รู้ไหมน้องหมาอาจจะพูดไม่ได้…แต่รับรู้ความรู้สึกของมนุษย์

น้องหมาอาจจะพูดไม่ได้
แต่เขาสามารถรับรู้ความรู้สึกของเราด้วยหัวใจของเขา

ทุกคนคิดว่าน้องหมาสามารถรับรู้ความรู้สึกของมนุษย์ได้ไหมคะ? 

น้องหมาอาจจะไม่ได้เข้าใจเรื่องราวที่เราเจอในชีวิตประจำวัน แต่รู้ไหมคะว่าพวกเขารับรู้ถึงอารมณ์และความรู้สึกของเราได้ผ่าน “การดมกลิ่น การมองเห็น และการฟังเสียง” ทำให้เวลาเรารู้สึกเศร้าเสียใจหรือมีความเครียด เราจะเห็นน้องหมาเศร้าไปด้วย 

จากการศึกษาเรื่อง ‘การเลี้ยงดูทำให้มนุษย์กับน้องหมาถ่ายทอดความรู้สึกถึงกันได้’ โดยทีมของ Dr. Takefumi Kikusui ซึ่งถูกตีพิมพ์ลงวารสาร Frontiers in Psychology พบว่า ยิ่งมนุษย์ใช้เวลากับน้องหมานานเท่าไหร่ น้องหมายิ่งรับรู้ความรู้สึกของมนุษย์มากขึ้นเท่านั้น นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมหลายคนจึงยกย่องน้องหมาว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นเพื่อนรู้ใจที่สุดของมนุษย์

วันนี้ Mental Life by Chanisara จะพาทุกคนไปสำรวจสายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และน้องหมา พร้อมชวนทุกคนมาหาคำตอบไปด้วยกันว่า ทำไมน้องหมาถึงรับรู้ความรู้สึกของเราได้ค่ะ

Dogs can sense human emotions.

กลไกสารเคมีในสมองทำให้น้องหมารับรู้ความรู้สึกของมนุษย์ได้อย่างไร

ทุกคนรู้ไหมว่าหากมนุษย์กับน้องหมามีความผูกพันกัน เพียงแค่ได้สบตาก็จะทำให้สมองหลั่ง ‘ออกซิโทซิน’ หรือที่หลายคนเรียกว่า “ฮอร์โมนแห่งความรัก” ซึ่งสามารถสร้างความเชื่อใจได้เช่นกัน 

Larry Young ศาสตราจารย์ด้านจิตเวชที่ Emory University ได้ระบุว่า หากเราสบตาหรือลูบหัว ฮอร์โมนออกซิโทซินจะเพิ่มสูงขึ้นทั้งในมนุษย์และน้องหมา ทำให้น้องหมาสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเราค่ะ 

รู้หรือไม่? น้องหมาสามารถลอกเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ได้

การที่น้องหมาลอกเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ เกิดจากเซลล์สมองที่มีชื่อว่า “เซลล์กระจกเงา” หรือ “Mirror Neurons” ไม่ว่าคนหรือน้องหมาขยับกล้ามเนื้อเพียงนิดเดียว ก็สามารถกระตุ้นเซลล์กระจกเงาให้ทำงาน น้องหมาก็จะสามารถเลียนแบบพฤติกรรม รวมถึงรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ 

 

เมื่อมนุษย์แสดงออกอย่างไร น้องหมาก็จะสังเกตแล้วรู้สึกตามไปด้วย เช่น เมื่อมนุษย์เครียดน้องหมาก็จะรู้สึกเครียดไปด้วย นั่นจึงเป็นคำตอบว่าทำไมน้องหมาถึงรับรู้ความรู้สึกของเราได้นั่นเองค่ะ

น้องหมาใช้ประสาทสัมผัสอะไรบ้างในการรับรู้ความรู้สึกของมนุษย์

สายตา
เมื่อน้องหมาจ้องมองมนุษย์จะสามารถตอบสนองความรู้สึกของมนุษย์ได้ 6 อารมณ์ ได้แก่ โกรธ กลัว สุข เศร้า ประหลาด รังเกียจ ซึ่งน้องหมาจะประเมินจากสีหน้าการเคลื่อนไหวของเรา

ดมกลิ่น 

จากงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับการดมกลิ่นของน้องหมา ซึ่งถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Animal Cognition ในปี 2018 ผ่านการทดสอบโดยให้น้องหมาพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ และลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ ดมกลิ่นเหงื่อจากรักแร้ของผู้ชาย 3 กลุ่ม ที่กำลังประสบอยู่ในสภาวะความรู้สึกกลัว มีความสุข และอารมณ์ปกติ 

ผลระบุว่าการดมกลิ่นเหงื่อของมนุษย์ที่รู้สึกกลัวทำให้น้องหมามีความรู้สึกเครียดและมีอัตราการเต้นของหัวใจสูงกว่าการได้กลิ่นเหงื่อของมนุษย์ที่มีความสุข สะท้อนให้เห็นว่าน้องหมารับรู้ความรู้สึกของเราได้จากการดมกลิ่นนั่นเองค่ะ 

น้ำเสียง 

น้องหมาสามารถแยกเสียงคนกับเสียงอื่นๆ ได้ และน้องหมาจะใส่ใจเป็นพิเศษเมื่อได้ยินเสียงเจ้าของหัวเราะหรือร้องไห้ ซึ่งมีงานวิจัยจากวารสาร Canadian Journal of Experimental Psychology ในปี 2020 พบว่า หากน้องหมาได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กทารกเขาจะมีฮอร์โมนความเครียด เพิ่มขึ้นสูงเช่นเดียวกับมนุษย์อีกด้วย 

ถึงแม้ว่าน้องหมาอาจจะไม่ได้เข้าใจเรื่องราวความเสียใจของเรา แต่น้องหมาจะสัมผัสได้จากน้ำเสียงและประสาทสัมผัสส่วนอื่นๆ ทำให้น้องหมาเข้าใจอารมณ์ของมนุษย์นั่นเอง

น้องหมา เพื่อนที่พร้อมอยู่ข้างเราโดยไม่ตัดสิน 

น้องหมาเปรียบเสมือนเพื่อนแท้ที่ดีที่สุด ถึงแม้เขาจะพูดไม่ได้ และไม่เข้าใจเหตุผลของเรา แต่เขาสามารถรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของเราได้ เมื่อน้องหมารับรู้ว่าจิตใจเราอ่อนแอ มีความเครียด หรือความทุกข์ น้องหมาจะสัมผัสได้ และเขาต้องการสื่อสารกับเราว่าเขาพร้อมอยู่ข้างๆ โดยจะแสดงพฤติกรรม เช่น ดมกลิ่น มานั่ง หรือนอนใกล้ๆ วางคางบนตัก ซบขา เหมือนพวกเขาคอยให้กำลังใจเรา และสิ่งที่น้องหมาทำให้กับเรานั้นสามารถเยียวยาจิตใจของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ  

 

น้องหมารับรู้ความรู้สึกของเรามากกว่าที่เราคิดผ่าน ประสาทสัมผัส สายใยแห่งความผูกพัน และความรักจากหัวใจอันบริสุทธิ์…และนี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ ‘น้องหมา’ สามารถช่วยเยียวยาจิตใจมนุษย์ได้ค่ะ 


Source

https://www.nationalgeographic.com/premium/article/yes-dogs-can-catch-their-owners-emotions 

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/22644113/ 

Related Articles

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคงสู่ความสำเร็จ ตอนเด็กๆ หลายคนคงเคยได้ยินนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่ากันใช่ไหมคะ ถึงเต่าจะเชื่องช้า แต่เขาไม่เคยหยุดเดิน จนเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ เช่นเดียวกับ “Turtle Theory” ในมุมที่เราจะสื่อถึงอาจไม่ใช่ทฤษฎีทางจิตวิทยาโดยตรง แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้ค้นพบความหมายของชีวิต นั่นคือ การลองก้าวเดินอย่างช้าๆ ชะลอชีวิต ไม่ต้องไปโฟกัสว่าใครจะเดินเร็วกว่าเรา ซึ่งเป็นการลดความเครียดและปกป้องหัวใจของตัวเอง 

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ  แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราชอบลืมของบ่อยๆ เดียวลืมกระเป๋าสตางค์ เดี๋ยวลืมกุญแจรถ เดี๋ยวลืมแว่น หรือบางคนลืม Notebook ไว้ที่บ้านแล้วตัวเองมาทำงาน เพราะอะไรกันนะเราถึงได้ลืมของที่เราจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน  สำนักข่าว Times of India ได้ลงผลสำรวจที่มีชื่อว่า Average person forgets

Mom and kids… ทำไมแม่ถึงต้องคิดไปไกลเสมอ

แม่คิดเยอะเกินหรือกังวลมากไปรึเปล่า? ความรักของแม่ เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่เสมอ นั่นทำให้แม่อาจจะคิดไปไกลมากกว่าคนอื่นๆ หลายคนอาจจะพูดว่าแม่คิดมาก แต่แท้จริงแล้วแม่แค่คิดไปเผื่อวันข้างหน้า เพื่อให้ลูกเติบโตมาอย่างดีที่สุด จึงคิดไปไกลตั้งแต่อยู่ในท้องไม่ว่าจะเป็นลูกถนัดทางด้านไหน จะเรียนที่ไหน หรือเติบโตในสภาพแวดล้อมอย่างไรและอีกมากมาย การคิดมากของแม่เกิดจากกระบวนการในสมอง เพราะสมองถูกออกแบบมาให้คาดการณ์อนาคต โดยจำข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตร่วมกับปัจจุบัน เตรียมร่างกายเพื่อระวังภัยในอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับลูกได้ เพื่อให้ลูกปลอดภัย เช่น แม่คิดว่าลูกจะหกล้ม ก็จะเอามือไปจับก่อนที่เหตุจะเกิดนั่นเองค่ะ  อย่างไรก็ตาม เราต้องเข้าใจว่าเราไม่อาจควบคุมทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้