ใครเป็นแบบนี้บ้าง!
แค่นอนกรน
เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตมากกว่าที่คิด
มีคนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการกรนเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนแต่ความจริงแล้วการนอนกรนอาจเป็นอันตรายมากกว่าที่คิด
บางคนอาจจะพูดถึงการกรนในเรื่องของเสียงรบกวนเวลานอนหลับในตอนกลางคืนสำหรับคนที่ต้องนอนร่วมกัน แต่การกรนอาจเป็นการส่งสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นหรือ “Obstructive Sleep Apnea” ซึ่งอาจส่งผลให้เป็นอันตรายต่อชีวิตได้เลยค่ะ
การนอนกรนเกิดได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการอดนอน น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น การตั้งครรภ์ อาการคัดจมูกหรืออายุมากขึ้น เพราะเมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ
อาจมีการหย่อนตัวลงทำให้ปิดทางเดินหายใจ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งการ
กรนอาจจะเกิดชั่วคราวหรือในระยะยาวก็ได้
วันนี้ Mental Life by Chanisara จะพาทุกคนไปหาคำตอบกันว่าทำไมแค่นอนกรน…อาจเสี่ยงหยุดหายใจได้

นอนกรนเกิดจากอะไร
แค่รบกวนหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพ?
การกรน คือ เสียงที่เกิดในขณะนอนหลับ เมื่ออากาศไหลผ่านช่องทางเดินหายใจจะแคบลง ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนบริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ ลำคอ และจมูก เกิดการสั่นสะเทือน ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุดังนี้
พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนอนไม่พอ การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน หรือการกินยานอนหลับ
ลักษณะทางร่างกาย เช่น คนที่มีช่องคอแคบ ลิ้นใหญ่ หรือมีคางเล็ก ต่อมทอนซิลโต ผนังกั้นจมูกคด
คนที่เป็นโรคอ้วน น้ำหนักตัวเกิน คนที่มีไขมันบริเวณลำคอทำให้เกิดการอุดการตันง่ายขึ้น
อายุเพิ่มขึ้น เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ อาจมีการหย่อนตัวลงทำให้ปิดทางเดินหายใจ
กล้ามเนื้อคอและลิ้นคลายตัว มาปิดทางเดินหายใจ
หลายคนอาจคิดว่าการกรนเป็นแค่เสียงรบกวนของคนที่นอนร่วมห้อง แต่แท้จริงแล้วเป็นอันตรายกับสุขภาพมากกว่าที่คิด อาจเป็นสัญญาณของการเกิด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้เลยค่ะ
ดังนั้น ใครนอนกรนขณะหลับ หรือคนรอบข้างนอนกรน เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามนะคะ ควรหมั่นสังเกตหรือไปพบคุณหมอ เพื่อปรึกษาเรื่องการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ค่ะ
จะรู้ได้อย่างไร นอนกรนแบบไหนผิดปกติ?
เราจะสังเกตอาการได้ดังนี้
หากเป็นเสียงครืดคราดหรือเสียงสั่นถือว่าเป็นเสียงกรนปกติ หากไม่ได้ส่งผลกระทบกับการนอนหลับหรือสุขภาพ และไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ถือว่าไม่เป็นอันตราย
แต่หากเป็นเสียงกรนที่รุนแรง และมีการหยุดหายใจเป็นระยะ จะทำให้อาจเกิดอันตรายได้ เพราะอาจส่งผลให้เกิดเสียงสำลัก หรือสะดุ้งเฮือก เพื่อให้อากาศเข้าปอด
และตอนเช้าตื่นมาอาจจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ถือเป็นอันตรายควรพบคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
การกรนเสี่ยงที่อาจทำให้หยุดหายใจ
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือที่เรียกว่า “Sleep apnea” คือภาวะที่หยุดหายใจและกลับมาหายใจใหม่แบบวนไปวนมาในขณะหลับ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เนื่องจากเวลาเราตื่นนอนกล้ามเนื้อที่บริเวณลำคอช่วยพยุงให้ทางเดินหายใจเปิดอยู่ แต่เมื่อหลับกล้ามเนื้อคลายตัวและไปปิดทางเดินหายใจชั่วคราวพักหนึ่ง ทำให้อากาศไม่เข้าถึงปอดจึงหยุดหายใจชั่วคราว
เรียกภาวะหยุดหายใจนี้ว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น หรือ Obstructive Sleep Apnea (OSA) ซึ่งเป็นชนิดที่จะพบมากในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับค่ะ
หากหยุดหายใจขณะหลับต้องทำอย่างไร
โดยส่วนมากคุณหมอจะให้คนไข้ทำ “Sleep Test” วัดการหยุดหายใจขณะหลับ โดยจะวัดคลื่นสมอง การหายใจ การเต้นของหัวใจ ค่าออกซิเจนในเลือด การเคลื่อนไหวของร่างกายและกล้ามเนื้อ รวมถึงท่านอน เพื่อประเมินว่ามีอาการหยุดหายใจรุนแรงแค่ไหน จะได้พิจารณาการรักษาอย่างถูกต้อง
การรักษาอาจมี 6 วิธี ดังนี้
ปรับพฤติกรรมการนอน ในภาวะของคนที่มีการหยุดหายใจไม่รุนแรงมาก
เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก
อุปกรณ์ใส่ในช่องปาก
คุมน้ำหนัก
ฝึกกล้ามเนื้อปาก ลิ้น และใบหน้า
การผ่าตัดหรือฝังตัวกระตุ้นเส้นประสาท
การกรนไม่ใช่แค่เสียงรบกวน แต่อาจส่งผลต่อชีวิตของเราได้ ดังนั้น การกรนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หากมีอาการกรนควรหมั่นสังเกตและรักษาให้ถูกวิธี เพื่อที่จะไม่เป็นอันตรายกับชีวิตของเราค่ะ
Source
https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/15580-snoring
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/snoring/symptoms-causes/
https://www.msdmanuals.com/professional/neurologic-disorders/sleep-and-wakefulness-disorders/snoring

