Giving Mission
ภารกิจ ‘ให้’น้องยิ้มได้
กับ Zero Dropout

เพราะอาหารกลางวัน คือพลังสำคัญของนักเรียน

ZERO DROPOUT เด็กทุกคนต้องได้เรียน

จำความรู้สึกของวันที่งานยุ่งมากจนแทบไม่ได้ทานข้าวได้ไหม? ทั้งเหนื่อยทั้งหิวจนอดทนแทบไม่ไหว ความรู้สึกแบบนั้นคงไม่มีใครอยากพบเจอ

แล้วรู้ไหมว่า เรื่องน่าเศร้าคือยังมีนักเรียนจำนวนมากที่ยากจนหรือด้อยโอกาสจนมักจะไม่ได้ทานทั้งอาหารเช้าและอาหารเที่ยง เพราะครอบครัวมีรายได้ไม่มากพอที่จะเตรียมอาหารเช้าทุกวันได้ ส่วนโรงเรียนก็ได้รับงบประมาณสำหรับค่าอาหารกลางวันที่ไม่พอเพียง หลายครั้งที่เด็กๆ ได้กินอาหารกลางวันในปริมาณเพียงเล็กน้อย ไม่อิ่มท้องทั้งยังได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หรือบางวันก็อาจจะไม่ได้ทานอาหารเลย

โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันจึงเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยยังสามารถเป็นกิจกรรมเรียนรู้นอกห้องเรียนไปด้วยในตัว สอนให้นักเรียนได้ทดลองลงมือทำจริงแบบครบวงจร เกิดประสบการณ์ทั้งเพาะปลูก ดูแลพืชผัก เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ไข่ รวมถึงยังมีการจดบันทึกและทำบัญชีของผลผลิตอีกด้วย จากนั้นผลผลิตเหล่านี้ก็จะถูกนำไปขายเข้าโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน ทำให้เด็กๆ มีอาหารกลางวันที่มีคุณภาพกินกันอย่างเพียงพอและอิ่มท้อง มีพลังในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไปในอนาคต

Giving Mission ภารกิจ ‘ให้’น้องยิ้มได้ กับ Zero Dropout

ZERO DROPOUT เด็กทุกคนต้องได้เรียน

แสนสิริขอชวนลูกบ้านและพนักงานทุกท่าน มาทำภารกิจ ‘ให้’น้องยิ้มได้ เพื่อสนับสนุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โดยเงินบริจาคของคุณจะถูกนำไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผัก แปลงเกษตร ก้อนเชื้อเห็ด เป็ด หรือไก่ไข่ ซึ่งจะกลายเป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารกลางวันของเด็กๆ นอกจากนี้คุณยังสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยน้องๆ ทำกิจกรรมทั้งทำแปลงผัก และเลี้ยงสัตว์ ได้ง่ายๆ อีกด้วย

วิธีการบริจาค

1. เปิดรับบริจาคตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2565

2. ไม่จำกัดจำนวนเงินขั้นต่ำในการบริจาค เงินบริจาคสามารถลดหย่อนภาษีได้ถึงสองเท่า

3. ช่องทางการบริจาค: แคปหน้าจอ ภาพ QR Code แล้วนำไปสแกนผ่าน Mobile Banking ของธนาคารต่างๆ หรือสแกน QR Code เพื่อบริจาค ได้ที่ป้ายประชาสัมพันธ์ในโครงการ และเก็บสลิปการโอนเงินเป็นหลักฐาน

4. บัญชีรับบริจาคคือบัญชีของ กสศ. “กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อโครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” โดยมีแสนสิริสนับสนุนการทำงานของ กสศ. เพื่อแก้ปัญหาเด็กหลุดการศึกษาต้องเป็นศูนย์ในจังหวัดราชบุรี

5. โครงการที่มียอดเงินบริจาครวมสูงสุด ลูกบ้านที่ร่วมบริจาคจะได้รับบัตรชมคอนเสิร์ต Season of Love song จำนวน 2 ใบ/1 Unit ฟรี! (จำกัดจำนวนรวมทั้งโครงการไม่เกินจำนวน 150 ใบ)

6. ประกาศรายชื่อโครงการที่ได้รับบัตรชมคอนเสิร์ต Season of Love Song ในวันที่ 30 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ผ่านช่องทาง Sansiri Home Service Application และ Facebook Page: Sansiri PLC

7. ลูกบ้านโครงการที่ได้รับบัตรชมคอนเสิร์ต Season of Love song สามารถแจ้งยืนยันการรับบัตรคอนเสิร์ตดังนี้

8. ส่งสลิปการโอนเงินบริจาคที่มีชื่อลูกบ้านตรงกับสลิป ส่งมาที่ อีเมล csr@sansiri.com พร้อมกรอกข้อมูลลงแบบฟอร์มที่ได้รับแจ้งเพื่อยืนยันตัวตน ได้ตั้งแต่ 1 – 15 พฤศจิกายน 2565 โดยลูกบ้านโครงการที่ได้รับบัตรชมคอนเสิร์ต และแจ้งยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว สามารถรับบัตรชมคอนเสิร์ตได้ที่นิติบุคคลในโครงการ ตั้งแต่ 22 – 30 พฤศจิกายน 2565

9. สงวนสิทธิ์การรับบัตรชมคอนเสิร์ตให้เฉพาะลูกบ้านที่บริจาคเงินและได้ยืนยันตัวตนตามภายในกำหนดข้างต้น โดยต้องมีชื่อเป็นเจ้าของร่วม หรือ ผู้เช่า 1 Unit ต่อ 2 ใบ ตามลำดับการแจ้งยืนยันตัวตน (จำกัดจำนวนบัตรรวมทั้งโครงการไม่เกิน 150 ใบ) หากมีการใช้สิทธิ์เต็มจำนวนแล้ว จะไม่สามารถขอรับบัตรเพิ่มเติมได้ และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นส่วนลด เงินสด หรือสิ่งอื่นใดได้

10. แสนสิริสนับสนุนบัตรคอนเสิร์ต Season of Love song แก่ลูกบ้านที่เข้าร่วมกิจกรรมการบริจาคตามโครงการนี้เท่านั้น และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดคอนเสิร์ตดังกล่าวแต่อย่างใด โดยรายละเอียดการจัดคอนเสิร์ต Season of Love song เป็นไปตามที่ผู้จัดงานกำหนดทุกประการ

อ่านกติกาการร่วมบริจาคเพื่อลุ้นรับบัตรคอนเสิร์ต เพิ่มเติมได้ที่: blog.sansiri.com/giving-mission-regulations

ZERO DROPOUT เด็กทุกคนต้องได้เรียน

ร่วมอิ่มเอมไปกับความสำเร็จของโครงการ Zero Dropout

ในกิจกรรม Giving Mission นี้ นอกจากได้ร่วมลงมือทำเกษตรไปกับเด็กๆ แล้ว ยังได้ร่วมกันเห็นความคืบหน้า รวมทั้งความสำเร็จของโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ จากแสนสิริและ กสศ. ไปพร้อมกัน ซึ่งมีความน่าชื่นชมในหลายมิติ

เราจะได้เห็นเด็กๆ ที่ถูกดึงกลับมาในระบบการศึกษา มีโอกาสได้เรียนต่อ มองเห็นอนาคตที่สดใส เราจะได้เห็นอาหารกลางวันที่มีปริมาณเพียงพอ มีคุณภาพ เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและส่งผลที่ดีต่อสภาพจิตใจเด็กๆ และเราจะได้เห็นการสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนเพื่อให้เด็กๆ ได้มีความพร้อมในการเรียนรู้เรื่องต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าโครงการ Zero Dropout คิดและลงมือทำเพื่อเด็กๆ อย่างแท้จริง และเงินบริจาคทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

ZERO DROPOUT เด็กทุกคนต้องได้เรียน

ให้กำลังใจและมอบรอยยิ้มด้วยการอุดหนุนเด็กๆ

ภายในงานนี้ เด็กนักเรียนหลายกลุ่มจะได้ร่วมตั้งบูธขายสินค้าของตัวเอง เป็นโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้การทำอาชีพ และสร้างความภูมิใจในตัวเองเพิ่มขึ้น ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่คือผลผลิตที่มาจากโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันนี่เอง ใครที่มีโอกาสได้ไปร่วมกิจกรรม อย่าลืมให้กำลังใจด้วยการอุดหนุนน้องๆ ซื้อของติดไม้ติดมือกลับบ้าน นอกจากได้ของคุณภาพยังไ้ด้อิ่มใจกับรอยยิ้มของเด็กๆ ตรงหน้า

Seasonoflovesong

ของขวัญจากการให้ ‘Season of Love Song’

อิ่มเอมจากการให้ แล้วไปอิ่มเอมกับดนตรีต่อในคอนเสิร์ต Season of Love Song เทศกาลดนตรีแห่งความสุข ที่มาพร้อมคอนเซ็ปท์ในการเดินทางไปยัง ‘ดาวแห่งความรัก Pink Planet’ โดยจัดขึ้นที่ เวเนโต้ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี วันที่ 3 ธันวาคม 2565

พบกับกว่า 16 ศิลปินดังที่จะมาสร้างบรรยากาศแห่งความรักผ่านบทเพลงคุณภาพ ทั้ง V VIOLETTE, POLYCAT, BOWKYLION, NONT TANONT, SERIOUS BACON, SLOTMACHINE, PALMY, LIPTA, ZOM MARIE, THE PARKINSON, SLAPKISS, MIRRR, TATTOO COLOUR, SARAH SALORA, BIG ASS และ KLEAR รับรองว่าสนุกกันได้ครบทุกแนว ทั้ง ป๊อบ, ร็อค, อินดี้

ชวนรู้จักโครงการ Zero Dropout ให้มากขึ้น

ถึงตอนนี้ หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ แต่เราอยากบอกเล่าถึงเป้าหมายของโครงการอีกครั้งว่า โครงการ “Zero Dropout: เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ไม่ได้เพียงแค่อยากมอบอาหารกลางวันให้เด็กๆ เท่านั้น แต่เรามีเป้าหมายที่จะทำให้เด็กทุกคนได้เรียน 100% และทำให้จำนวนเด็กที่หลุดจากการศึกษาเป็น “ศูนย์” ให้ได้

แสนสิริได้ร่วมกับ กสศ. ระดมทุนกว่า 100 ล้านบาทจากหุ้นกู้ และนำไปแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน โดยเริ่มตั้งแต่การสนับสนุนอุปกรณ์การเรียน ค่าใช้จ่ายของนักเรียน สนับสนุนครูและโรงเรียน ไปจนถึงการมีส่วนสนับสนุนในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบการศึกษา

โครงการ ​Zero Dropout เริ่มต้นที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งจุดเริ่มต้นนี้จะกลายเป็นโมเดลที่มีประสิทธิภาพ และถูกขยายไปแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

สามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการ Zero Dropout หรือมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนได้ที่ blog.sansiri.com/tag/zero-dropout

CONTRIBUTOR

Related Articles

“แสนสิริ” เดินหน้า ZERO DROPOUT ชูโมเดลการศึกษา 1 โรงเรียน  3 รูปแบบ “เด็กทุกคนต้องได้เรียน” พัฒนาทุนมนุษย์เคลื่อนเศรษฐกิจ

“แสนสิริหวังว่าโครงการ ZERO DROPOUT เด็กทุกคนต้องได้เรียน นำร่องที่จังหวัดราชบุรี จะจุดประกายให้เห็นกลไกการเปลี่ยนแปลงการศึกษา ขยายผลนำไปใช้ทั่วประเทศ” เพราะทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจ ดังนั้นการสร้าง “ความเสมอภาคทางการศึกษา” ทำให้เด็กไม่หลุดจากระบบการศึกษา เติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วม โดยบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แถวหน้าของไทย ได้ผลักดันสร้างความเสมอภาคทางการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง

ZERO DROPOUT เด็กทุกคนต้องได้เรียน

ZERO DROPOUT เพราะการศึกษาที่มีคุณภาพ คือสะพานสู่ความฝัน

ปัจจุบัน จังหวัดราชบุรีมีนักเรียนระดับการศึกษาภาคบังคับจำนวน 127,266 คน ในจำนวนนี้เป็นนักเรียนยากจนพิเศษ อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคนต่อเดือน 3,258 คน คิดเป็น 2.56 % สาเหตุดังกล่าวทำให้ครอบครัวไม่สามารถสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องในการไปโรงเรียนได้ จึงทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมา คือมีเด็กที่หลุดระบบการศึกษาและเสี่ยงหลุดระบบการศึกษาเกิดขึ้น โจทย์ดังกล่าวทำให้แสนสิริ องค์กรในภาคเอกชนที่ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมเด็กและเยาวชน ร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

ZERO DROPOUT เด็กทุกคนต้องได้เรียน-แสนสิริ-นักเรียนไทย-นักเรียน

สร้างโอกาสให้น้องเรียนรู้ “วิชาชีพ วิชาชีวิต” ใน Zero Dropout

หากคุณเป็นแฟนคลับ ที่ติดตามแสนสิริเป็นประจำเสมอ น่าจะยังคงจำกันได้ดีกับโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ภารกิจที่เรามุ่งมั่นให้เด็กไทยมีโอกาสได้เรียนและกลับคืนสู่ระบบการศึกษา โดยเริ่มต้นที่ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เป็นโมเดล และจากที่เราได้ลงไปสัมผัสโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ดังกล่าว พบว่าในหลายโรงเรียนมีทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมด้านอาชีพให้กับนักเรียนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพื้นที่นั้นเป็นส่วนที่ติดกับชายแดนเมียนมาร์ จึงเป็นเหตุให้มีเด็กชาติพันธุ์มากมาย ประกอบกับครอบครัวมีฐานะยากจน ส่งผลให้เด็กบางคนไม่สามารถเรียนจบในการศึกษาภาคบังคับได้ เพราะต้องช่วยพ่อแม่รับจ้างเพื่อหาเงินมายังชีพในครอบครัว หนึ่งในกิจกรรมย่อยที่ช่วยเติมเต็มในโครงการ