PM2.5

5 วิธีรับมือ ฝุ่น PM 2.5
"ในบ้าน" ของคุณเอง

ในช่วงที่ “นอกบ้าน” ปกคลุมไปด้วย ฝุ่น PM 2.5 หันไปทางไหน ก็หายใจก็ไม่สะดวก มองอะไรก็ไม่ถนัด
บ้านจึงกลายเป็นที่กำบังสุดท้าย…

เมื่อบ้านคือที่กำบังสุดท้าย จะทำอย่างไรให้มั่นใจว่าทุกคนในครอบครัวจะใช้ชีวิต “ในบ้าน” หลังนี้ได้อย่างปลอดภัย ไม่มีฝุ่นละอองย่างกรายเข้ามาทำอันตราย แสนสิริมี 5 วิธีดีๆ ที่จะช่วยให้คุณรับมือ “ฝุ่น PM 2.5” ในบ้านด้วยตัวเองได้ไม่ยาก แค่ต้องทำเลย!

ปิดล็อคลงกลอน รอดฝุ่นแน่นอน

หากใครคิดว่าแค่เดินเข้าบ้าน ก็ปลอดภัยหายห่วงจากฝุ่นละออง PM 2.5 ต้องไม่ลืมว่า “หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง!” ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 นี้ก็สามารถเข้ามาทางช่องเหล่านี้ได้เช่นกัน ทางที่ดีเข้าบ้านแล้ว ล็อกประตู ปิดหน้าต่าง หมุนบานเกล็ดให้เรียบร้อย แล้วล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาด บ้านและทุกชีวิตในบ้านก็จะปลอดภัยจากภัยฝุ่นครั้งนี้

แต่หากจะให้ดีกว่านั้น กิจกรรมนอกบ้านหรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่จำเป็น ก็ควรงดไว้ก่อนชั่วคราว แล้วหันมาเปลี่ยนบรรยากาศ ลองทำกิจกรรมเหล่านั้นในบ้านหรือในพื้นที่ปิดกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การซ้อมกีฬา หรือแม้แต่การนั่งปิกนิกทานอาหาร หรือหากจำเป็นต้องออกไปนอกบ้านเมื่อไหร่ ก็ต้องไม่ลืมที่จะสวมหน้ากากอนามัยด้วยทุกครั้ง

เก็บบ้านให้เรียบ ฝุ่นหายเกลี้ยง

PM2.5

พรม ผ้าม่าน ฟูก หมอน ที่นอน ผ้าห่ม เบาะรองนั่ง และเฟอร์นิเจอร์ที่บุด้วยผ้าทั้งหลาย ล้วนเป็นตัวการเก็บกักฝุ่นชั้นยอด ที่ทำให้ฝุ่นละอองปกคลุมอยู่ทั่วบ้านของคุณไม่หายไปไหน ดังนั้นช่วงนี้ต้องเก็บกวาดบ้าน รวมทั้งกำจัดฝุ่นจากเฟอร์นิเจอร์และของใช้เหล่านี้ให้เรียบเป็นพิเศษ ด้วยการนำไปเคาะฝุ่นให้เกลี้ยงแบบไม่มีเหลือ

นำฝุ่นออกจากบ้านแล้ว ก็อย่าปล่อยให้คุณผู้ชายใส่รองเท้าย่ำเข้ามาภายในบ้าน หรือปล่อยให้ลูกตัวน้อยคว้าสิ่งสกปรกมาเล่นในบ้านเด็ดขาด เพราะสิ่งเหล่านี้นี่เอง ที่จะทำให้ฝุ่นละอองกลับเข้ามาขออาศัยในบ้านของคุณอีกได้ง่ายๆ

เครื่องฟอกอากาศ เสริมความมั่นใจ

PM2.5

ปิดประตูหน้าต่างแล้ว ทำความสะอาดบ้านแล้ว ก็อย่าลืมคอยสร้างและรักษาอากาศดีๆ ให้อยู่ในบ้านของคุณไปตลอด เพราะอากาศที่ดีภายในบ้าน ย่อมหมายถึงสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัวที่จะตามมาเช่นกัน

วิธีหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการสร้างอากาศดีภายในบ้าน นอกจากการทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอแล้ว ก็คือการใช้เครื่องฟอกอากาศ ที่สามารถช่วยกรองฝุ่นละอองและเชื้อโรคในอากาศได้เป็นอย่างดี แต่อย่าลืมว่าเครื่องฟอกอากาศเหล่านี้ ก็ต้องหมั่นถอดมาล้างทำความสะอาดอยู่เป็นประจำด้วย

ลดมลภาวะ สร้างด่านป้องกันแรก

PM2.5

จะสู้รบกับฝุ่นละอองได้ ก็ต้องสร้างด่านป้องกันชั้นแรกตั้งแต่หน้าบ้าน รอบบ้าน และระเบียงบ้านของคุณเสียก่อน เพราะพื้นที่สีเขียวนี่เองที่จะคอยเป็นด่านหน้า ช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดจิ๋วในอากาศเอาไว้ ไม่ลอยไปหาสมาชิกในบ้านได้

ยิ่งพื้นที่ผิวใบมากเท่าไหร่ ยิ่งมั่นใจได้ว่าจะช่วยดักจับฝุ่นได้ดีมากเท่านั้น และแม้ว่าเดี๋ยวนี้ ตามหมู่บ้านและโครงการต่างๆ จะล้วนมีการให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวส่วนกลางอยู่แล้ว แต่ถ้ามีด่านป้องกันเพิ่มมาอีกชั้นด้วยมือของเราทุกคน ฝุ่นละอองขนาดไหนๆ ก็ฝ่าเข้ามาไม่ได้แน่นอน

ส่วนใครที่อาศัยในคอนโดมิเนียม ลองหันมาเพิ่มสวนสวยๆ แนวตั้งหรือแนวดิ่ง ตามคำแนะนำจาก Plus Property ด้วยพืชกระถางหรือไม้เลื้อยต่างๆ อย่างเช่นสร้อยอินทนิล อัญชัน กรรณิการ์ และทองอุไร ให้กับระเบียงบ้าน แล้วหมั่นรดน้ำล้างฝุ่นให้ผิวใบก่อนเข้านอน นอกจากจะได้ด่านป้องกันมลภาวะทางอากาศแล้ว ยังได้สวนสีเขียวสวยๆ ไว้ช่วยผ่อนคลายยามว่างอีกด้วย

ร่วมมือกัน ลด ละ เลิก ปัจจัยเสี่ยง “ฝุ่น”

PM2.5

ลด! ละ! เลิก! ทุกพฤติกรรมเสี่ยงในการเกิดฝุ่น คือหนึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะพฤติกรรมการเผาขยะกลางแจ้ง การสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้นานๆ หรือกวาดขยะมากองไว้หน้าบ้าน หน้าห้อง และริมระเบียง ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ “เราทุกคน” สามารถหลีกเลี่ยงได้ไม่ยาก เหมือนที่ Plus Property ได้ให้คำแนะนำไว้

แต่อย่าลืมว่า ไม่ใช่เพียงที่พักอาศัยของเราเท่านั้น ที่เราควรร่วมมือกันรักษาสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อรักษาอากาศดีๆ ให้อยู่กับเราทุกคนไปนานๆ เพราะพื้นที่ส่วนกลางหรือพื้นที่สาธารณะเอง ก็ไม่อาจมองข้ามได้เช่นกัน

หากรับมือวิกฤติ ฝุ่น  PM 2.5 ภายในบ้านด้วยวิธีทั้ง 5 นี้แล้ว จะภัยฝุ่นละอองครั้งนี้ ครั้งหน้า หรือครั้งไหน ก็ย่อมบรรเทาลงได้ไม่ยาก สภาพแวดล้อมและอากาศที่ดี ก็จะกลับคืนมาได้ในเร็ววันแน่นอน

อ่านบทความ Dust-Free House บ้านแบบไหนปลอดภัย ไร้ฝุ่น?

Related Articles

บุราสิริ วงแหวน อ่อนนุช_burasiri-wongwaen-onnut _Garden connect_2

พื้นที่ขยายสำคัญแค่ไหน ทำไมถึงต้องมี Garden Connect?

มนุษย์ต้องการพื้นที่เพื่อใช้ชีวิต แต่พื้นที่ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข เพราะยังหมายถึงการคิดและดีไซน์พื้นที่ที่มีให้พอเหมาะพอดีกับไลฟ์สไตล์ ดังนั้นไม่จำเป็นว่าถ้าเรามีบ้านหลังใหญ่เพียงอย่างเดียวจะทำให้รู้สึกโปร่งโล่งสบายเสมอไป อาจเป็นไปได้ว่าเรามีพื้นที่บ้านที่กว้างขวางแต่กลับรู้สึกอึดอัดแน่นไปหมด ไม่มีที่ว่างให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ เราจะยิ่งเห็นภาพได้ชัดเจนเมื่อลองเปลี่ยนตัวเลขตารางเมตรให้เป็นกิจกรรมในแต่ละวัน ยกตัวอย่างจากข้อมูลของ RIBA (The Royal Institute of British Architects) ในรีเสิร์ช ‘Case for Space’ ของแคมเปญ

กู้บ้านผ่อนต่ำ แสนสิริ

กู้ผ่อนต่ำ ทางเลือกคนอยากมีบ้าน แต่ไม่อยากผ่อนแรง

“ในยุคที่ต้องประหยัด แต่ทุกคนกลับอยากได้บ้าน” คำนี้สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ปัจจุบันของโรคระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน ทำให้ที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ขาดไม่ได้ และเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ New Normal ที่มีผลกระทบตั้งแต่รุ่นเล็กไปจนรุ่นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นลูกตัวน้อย ๆ ที่ยังคงต้องเรียนหนังสือผ่านรูปแบบออนไลน์ หนุ่มสาวพนักงานที่ยังคงต้อง Work form Home หรือแม้แต่การสร้างรายได้ของพ่อค้า แม่ค้าส่วนใหญ่ก็ถูกปรับเปลี่ยนพื้นที่ส่วนหนึ่งของบ้านมาประกอบอาชีพ และใช้ช่องทางออนไลน์ในการกระจายสินค้า

home for all generation

บ้านที่ลงตัวสำหรับทุก GEN

คนที่เกิดมาในยุคที่แตกต่าง เติบโตในสังคมคนละแบบ ย่อมมีไลฟ์สไตล์ ความชอบและความต้องการที่ไม่เหมือนกัน แต่จะทำอย่างไรให้คนทั้ง 4 เจนเนอเรชั่นที่เป็นสมาชิกของครอบครัวเดียวกัน อยู่อาศัยในบ้านหลังเดียวกันได้อย่างลงตัว บ้านและครอบครัวคือสองสิ่งที่มีความสัมพันธ์กันอย่างมาก เพราะเป็นสถานที่ที่จะมาแชร์พื้นที่และเวลาร่วมกัน ดังนั้นการจัดตกแต่งบ้านจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งถ้าบ้านหลังนั้นต้องเป็นที่อยู่อาศัยของคนในครอบครัวที่มีหลายเจนแล้ว การจัดบ้านก็ควรทำอย่างพิถีพิถันมากยิ่งขึ้น เพื่อให้บ้านเป็นศูนย์รวมความสุขของทุกคน แล้วคนแต่ละเจนมีความต้องการที่แตกต่างอย่างไรล่ะ เราจะมาแชร์ข้อมูลให้คุณทราบกัน Baby Boomer เหนื่อยมาทั้งชีวิต ก็อยากพักผ่อนให้เต็มที่ Baby