Social Detox กับชีวิตยุคแอนะล็อก วิธีพักใจของคนรุ่นใหม่

สังเกตไหมคะว่าช่วงหลังมานี้ คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z เริ่มหลงใหลอะไรที่เป็น “แอนะล็อก” (Analog) มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

จากคนที่เคยฟังเพลงผ่านสตรีมมิง…กลับเริ่มฟังเพลงผ่านแผ่นเสียง

จากคนที่เคยใช้เวลาอยู่บนหน้าจอทั้งวัน…กลับเริ่มหันมาอ่านหนังสือ

บางคนกลับไปเล่นบอร์ดเกม เล่นเกมตลับ เล่นหมากรุก หรือหยิบกล้องฟิล์มขึ้นมาใช้อีกครั้ง

บางคนใช้เวลาแต่งบ้าน จัดมุมโปรด เปิดเพลงเบาๆ แล้วนั่งอยู่เงียบๆ

บางคนถึงขั้นลดการใช้สมาร์ตโฟน แล้วหันมาใช้มือถือแบบปุ่มกดที่ทำได้แค่โทรเข้า-ออกหรือส่ง SMS

จากผลสำรวจของ Harris Poll ร่วมกับ Human Flourishing Lab ในปี 2023 ที่กล่าวถึงในบทความ ระบุว่า Back For the Future: Why Gen Z’s Historical Nostalgia Should Give Us Hope พบว่า 80% ของ Gen Z กังวลว่าคนรุ่นตัวเองกำลังพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป 75% กังวลถึงผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อสุขภาพจิตของคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน กว่า 60% ยังระบุว่าอยากกลับไปใช้ชีวิตในยุคที่ผู้คนไม่ได้เชื่อมต่อถึงกันตลอดเวลา

น่าแปลกที่แม้คน Gen Z จะไม่เคยเติบ โตมาในยุคแอนะล็อกจริงๆ แต่กลับโหยหาบรรยากาศแบบนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ

และความโหยหานี้เองอาจเชื่อมโยงกับสิ่งที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในยุคนี้ นั่นคือ “Social Detox” หรือการถอยออกจากโลกโซเชียลที่ไม่เคยหยุดนิ่งชั่วคราว 

คำถามคือ…ทำไมคน Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียตั้งแต่เด็ก กลับอยากทำ Social Detox ด้วยการใช้ชีวิตยุคแอนะล็อกกันนะ? วันนี้ Mental Life by Chanisara ชวนทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันค่ะ

โลกโซเชียลไม่เคยหยุดหมุน แต่ใจเราเริ่มหมุนตามไม่ไหว

ทุกวันนี้ ชีวิตของเราส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดียแทบตลอดเวลา เราแทบไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่ไม่ได้รับรู้ชีวิตคนอื่น ตื่นมาก็เช็ก Notification กินข้าวก็ไถฟีด ก่อนนอนก็ยังดูชีวิตคนอื่นผ่านหน้าจออยู่เสมอ

จนบางครั้ง เราอาจไม่ได้แค่ “ใช้โซเชียล” แต่เผลอ “อยู่ในโซเชียล” ตลอดทั้งวันโดยไม่รู้ตัว และเมื่อเป็นแบบนั้นไปเรื่อยๆ เราจะเกิดความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ ความเครียด และหรือแม้แต่การเผลอเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ก็เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นโดยไม่ทันสังเกต

 นี่เองเป็นเหตุผลที่คนรุ่นใหม่อยากหันมาทำ “Social Detox” มากขึ้น

ไม่ใช่เพราะเกลียดโลกออนไลน์…แต่เพราะหัวใจเริ่มอยากมีพื้นที่เงียบๆ ให้ตัวเองได้พักบ้าง

และวิธีพักใจของคนยุคนี้ ก็ไม่ได้ซับซ้อนเสมอไป หลายคนเริ่มกลับไปหาสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้ตัวเองได้อยู่กับปัจจุบันอีกครั้ง

เมื่อชีวิตยุค “แอนะล็อก” ให้พื้นที่ปลอดภัย “ล็อก” หัวใจเราไว้กับปัจจุบัน

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “Analog Islands” เกาะแอนะล็อก หรือก็คือพื้นที่เล็กๆ ที่คนรุ่นใหม่สร้างขึ้นเพื่อพักจากโลกออนไลน์ พื้นที่ที่ไม่มี Notification ไม่มีจำนวนยอดไลก์ ไม่มียอดชม ไม่มีใครต้องแข่งขันกับใครตลอดเวลา และอาจเป็นหนึ่งในไม่กี่ช่วงเวลาที่เราไม่ต้องเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นผ่านหน้าจอ

ความรู้สึกในพื้นที่ดังกล่าวนี้ก็เหมือนกับการฟังเพลงจากแผ่นเสียงที่ทำให้เราตั้งใจฟังเพลงนั้นจริงๆ การอ่านหนังสือทีละหน้าที่ทำให้เราได้อยู่กับเรื่องตรงหน้า โดยไม่มีอะไรมาคั่นกลาง หรือแม้แต่การจัดห้อง เปิดไฟสลัวๆ เปิดเพลงเบาๆ ในยามเย็น ก็อาจกลายเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ช่วยให้หัวใจค่อยๆ สงบลง

“แอนะล็อก” จึงอาจไม่ใช่แค่เรื่องของยุคสมัยหรือการนึกถึงอดีต แต่เป็นวิธีที่คนยุคใหม่ใช้พักใจจากโลกโซเชียล และดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบันอีกครั้ง

ทำไม Gen Z ถึงปรารถนาถึงช่วงเวลาที่ตัวเองไม่เคยอยู่?

จากงานวิจัยของ Human Flourishing Lab ที่กล่าวถึงในบทความ Back For the Future: Why Gen Z’s Historical Nostalgia Should Give Us Hope ยังพบว่า

68% ของ Gen Z รู้สึกผูกพันและโหยหากยุคก่อนที่ตัวเองจะเกิด

73% สนใจสื่อ งานอดิเรก หรือวัฒนธรรมจากยุคดังกล่าว

78% รู้สึกว่าเทคโนโลยีหรือดีไซน์สมัยใหม่ควรหยิบบางอย่างจากอดีตกลับมา

65% รู้สึกว่ากิจกรรมแบบแอนะล็อกช่วยให้รับมือกับความเครียดในชีวิตท่ามกลางโลกปัจจุบันได้ดีขึ้น

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่จำนวนมากกำลังปรารถนาบรรยากาศบางอย่างจากอดีต แม้ไม่เคยเติบโตมาในยุคนั้นจริงๆ ก็ตาม Clay Routledge นักจิตวิทยาผู้ศึกษาเรื่อง Nostalgia เรียกสิ่งนี้ว่า “Historical Nostalgia” หรือความโหยหาช่วงเวลาที่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่จริง

 นั่นเพราะสิ่งที่เราคิดถึง อาจไม่ใช่อดีต…แต่อาจเป็น “ความรู้สึก” บางอย่างที่ดูเรียบง่าย อบอุ่น ปลอดภัย สบายใจ และไม่เร่งรีบ ความรู้สึกแบบตอนที่เปิดเพลงแผ่นเสียงเก่าแล้วนั่งฟังจนจบ หรือความรู้สึกแบบตอนที่ได้นั่งเงียบๆ ใช้เวลา Slow Life อยู่ในบ้าน โดยไม่มีอะไรเรียกร้องความสนใจจากเราเลย

นี่คือความรู้สึกที่ช่วยคลายความเครียด เยียวยาความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ และฮีลใจได้อย่างน่าอัศจรรย์ ในโลกปัจจุบันหรือแม้แต่โลกโซเชียลที่ทุกอย่างเคลื่อนเร็วขึ้นตลอดเวลา ช่วงเวลาแบบนี้จึงกลายเป็นสิ่งหายาก และเมื่อยิ่งหายาก…ก็ยิ่งมีคุณค่ากับหัวใจมากขึ้น

How to Social Detox แบบแอนะล็อก…ล็อกเอาต์จากโลกที่วุ่นวาย

 เราอยากชวนทุกคนลองทำ Social Detox แบบง่ายๆ ผ่านชีวิตแอนะล็อกเล็กๆ ในแต่ละวัน

ลองวางมือถือไว้ไกลตัว เริ่มจากสัก 1 ชั่วโมงต่อวัน

ฟังเพลงโดยไม่เล่นโทรศัพท์ไปพร้อมกัน

กลับมาอ่านหนังสือเล่มแทนการอ่านผ่านหน้าจอ

ใช้เวลากับงานอดิเรกแบบออฟไลน์

จัดมุมเล็กๆ ในบ้านให้น่าอยู่ขึ้น

ใช้เวลาอยู่เงียบๆ กับตัวเองบ้างในบางวัน

การพักจากโลกโซเชียลด้วย Social Detox แบบแอนะล็อก ไม่ใช่การหนีโลก และไม่ได้แปลว่าเราต้องหายไปจากชีวิตของใคร แต่คือการเปิดพื้นที่เล็กๆ ให้หัวใจได้หยุดพักจากโลกที่หมุนเร็วเกินไปบ้างในบางเวลา

เพราะบางครั้ง สิ่งที่เราเหนื่อยที่สุดอาจไม่ใช่การใช้ชีวิต แต่คือการที่หัวใจไม่เคยมีเวลาพักจากโลกที่เชื่อมต่อกันตลอดเวลาเลยต่างหาก และบางที ความสุขของคนยุคนี้อาจไม่ใช่การ Connect กับทุกคนตลอดเวลาเสมอไป แต่เป็นการได้ Disconnect ออกมาบ้าง เพื่อกลับมา Connect กับหัวใจตัวเองอีกครั้งค่ะ


 Sources:

https://profectusmag.com/back-for-the-future/

https://www.facebook.com/share/p/1A5SmkuVjK/

https://www.springnews.co.th/lifestyle/spring-life/862157

https://fortune.com/article/gen-z-millennials-baby-boomers-analog-islands-board-games-stick-shift-vinyl-records-screen-time/

https://www.sbs.com.au/language/thai/th/podcast-episode/for-gen-z-dumb-phones-and-cds-are-the-winners-as-they-return-to-analogue/xaa61dr2e 

 

CONTRIBUTOR

Related Articles

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคงสู่ความสำเร็จ ตอนเด็กๆ หลายคนคงเคยได้ยินนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่ากันใช่ไหมคะ ถึงเต่าจะเชื่องช้า แต่เขาไม่เคยหยุดเดิน จนเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ เช่นเดียวกับ “Turtle Theory” ในมุมที่เราจะสื่อถึงอาจไม่ใช่ทฤษฎีทางจิตวิทยาโดยตรง แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้ค้นพบความหมายของชีวิต นั่นคือ การลองก้าวเดินอย่างช้าๆ ชะลอชีวิต ไม่ต้องไปโฟกัสว่าใครจะเดินเร็วกว่าเรา ซึ่งเป็นการลดความเครียดและปกป้องหัวใจของตัวเอง 

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ  แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราชอบลืมของบ่อยๆ เดียวลืมกระเป๋าสตางค์ เดี๋ยวลืมกุญแจรถ เดี๋ยวลืมแว่น หรือบางคนลืม Notebook ไว้ที่บ้านแล้วตัวเองมาทำงาน เพราะอะไรกันนะเราถึงได้ลืมของที่เราจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน  สำนักข่าว Times of India ได้ลงผลสำรวจที่มีชื่อว่า Average person forgets

Mom and kids… ทำไมแม่ถึงต้องคิดไปไกลเสมอ

แม่คิดเยอะเกินหรือกังวลมากไปรึเปล่า? ความรักของแม่ เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่เสมอ นั่นทำให้แม่อาจจะคิดไปไกลมากกว่าคนอื่นๆ หลายคนอาจจะพูดว่าแม่คิดมาก แต่แท้จริงแล้วแม่แค่คิดไปเผื่อวันข้างหน้า เพื่อให้ลูกเติบโตมาอย่างดีที่สุด จึงคิดไปไกลตั้งแต่อยู่ในท้องไม่ว่าจะเป็นลูกถนัดทางด้านไหน จะเรียนที่ไหน หรือเติบโตในสภาพแวดล้อมอย่างไรและอีกมากมาย การคิดมากของแม่เกิดจากกระบวนการในสมอง เพราะสมองถูกออกแบบมาให้คาดการณ์อนาคต โดยจำข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตร่วมกับปัจจุบัน เตรียมร่างกายเพื่อระวังภัยในอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับลูกได้ เพื่อให้ลูกปลอดภัย เช่น แม่คิดว่าลูกจะหกล้ม ก็จะเอามือไปจับก่อนที่เหตุจะเกิดนั่นเองค่ะ  อย่างไรก็ตาม เราต้องเข้าใจว่าเราไม่อาจควบคุมทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้