เจาะลึกการทำงาน
ของร่างกายและสมอง…เ
วลาดูฟุตบอล

เจาะลึกการทำงานของสมองและร่างกาย
ตอนชนะ = รู้สึกแฮปปี้
อนแพ้  = รู้สึกเศร้าใจ

ช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก หลายๆ บ้านคงนั่งเชียร์บอลกันอยู่ เพราะฟุตบอลถือเป็นกีฬาอันดับต้นๆ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก นั่นแสดงว่ามีผู้คนนับล้านที่รู้สึกดีใจ เสียใจ โกรธ และมีความสุขไปพร้อมๆ กันทั่วโลกเมื่อรับชมการแข่งขัน แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมหลายคนถึงอินกับฟุตบอลได้ขนาดนั้นนะ?

เคยสังเกตไหมว่า เวลาเรานั่งดูบอลบางครั้งจะรู้สึกเหนื่อย กดดัน เหงื่อแตก เหมือนลงไปแข่งเอง ถ้าชนะก็ดีใจกระโดดตัวลอย รู้สึกมีความสุขสุดๆ ทั้งๆ ที่เราก็แค่นั่งชมจากหน้าจอทีวี ไม่ได้ลงไปสัมผัสสนามจริงแม้แต่วินาทีเดียว

นั่นเป็นเพราะเวลาที่เราดูฟุตบอล เราจะเกิดความรู้สึกอินจนรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของทีม ส่งผลให้สารเคมีในสมองหลั่งออกมา ไม่ว่าจะเป็นโดปามีน (Dopamine) ที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกพึงพอใจและแรงจูงใจ หรือฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ที่หลั่งออกมาเมื่อเกิดความเครียด จึงทำให้แฟนบอลทั้งหลายรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ เครียด หรือผิดหวังไปกับผลการแข่งขันได้นั่นเองค่ะ

วันนี้ Mental Life by Chanisara จะพาทุกคนไปหาคำตอบและทำความเข้าใจเกี่ยวกับปฏิกิริยาในร่างกายที่ตอบสนองเมื่อทีมโปรดของเราชนะหรือแพ้กันค่ะ ว่าทำไมเราถึงแฮปปี้สุดๆ เมื่อทีมชนะ และเศร้าดิ่งเมื่อทีมแพ้ ตามไปดูกันเลยค่ะ

World Cup

เวลาดูบอลทำไมหลายคนถึงรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม

ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ลงไปแข่งด้วยนะ เดวิด อีเซลล์ นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่ามีปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาบอกไว้ว่า การที่เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม เป็นเพราะมนุษย์เราอาจจะมีเซลล์ที่ชื่อว่า Mirror Neurons หรือเซลล์ประสาทกระจก เซลล์นี้จะช่วยให้เราเข้าใจมุมมองความรู้สึกของคนอื่น เหมือนเราได้ไปลงแข่งกับเขาด้วย ทั้งๆ ที่เราแค่นั่งดูอยู่บ้าน เหมือนสมองจำลองเหตุการณ์นั้นอยู่ เวลานักฟุตบอลทีมโปรดของเรายิงพลาด เราจึงมีความรู้สึกร่วมเหมือนเรายิงพลาดเอง

ความเครียดของคนดูบอลอาจเทียบเท่ากับนักกีฬา

รู้ไหมว่าการที่แฟนบอลรู้สึกมีความวิตกกังวลกับผลการแข่งขัน ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเอง เพราะ Michael Grabowski ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารได้กล่าวว่ามีผลวิจัยหลายชิ้นที่บอกว่า แฟนฟุตบอลมีความวิตกกังวลเทียบเท่ากับตัวนักกีฬา ทั้งที่ไม่ได้ไปร่วมแข่งขันด้วย

เมื่อทีมที่เราเชียร์แข่งแพ้ สมองจะหลั่งคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายปล่อยออกมาเมื่อเราเครียด ทำให้เรารู้สึกแย่ รู้สึกผิดหวัง หงุดหงิดเมื่อทีมที่เราเชียร์ไม่ชนะ รวมถึงจะทำให้สมองอาจหลั่งสารแห่งความสุขหรือเซโรโทนิน (Serotonin) ลดลง ซึ่งอาจจะทำให้ใครบางคนที่เป็นแฟนฟุตบอลรู้สึกเศร้าใจได้เลยทีเดียว

ทีมโปรดชนะจะมีความสุขเหมือนลงแข่งเอง

เมื่อทีมที่เชียร์กำลังจะได้รับชัยชนะ สมองจะหลั่งสารอะดรีนาลีน (Adrenaline) ออกมา สมองจะสั่งให้เกิดสภาวะตื่นตัว ทำให้คนที่ดูฟุตบอลรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก ซึ่งเราอาจจะตะโกน เสียงดังด้วยความดีใจ เมื่อทีมที่เราเชียร์ประกาศชัยชนะ

รวมถึงเวลาทีมโปรดที่เราเชียร์เล่นได้ดีสมองจะหลั่งโดปามีน (Dopamine) หรือสารแห่งความสุข สารนี้จะหลั่งออกมาเมื่อเรารู้สึกพึงพอใจ เราจะรู้สึกมีความสุข อิ่มเอมใจ เมื่อเรารู้สึกว่าทีมที่เราเชียร์ เล่นได้ดีหรือได้รับชัยชนะเช่นเดียวกัน

เพราะการเชียร์ฟุตบอลทีมโปรด สร้างทั้งความสุขและความเศร้าได้พร้อมกัน
ดังนั้นการที่เรามีอารมณ์ร่วมจึงไม่แปลก แต่ก็ควรรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง 

และคิดเสมอว่าให้การดูกีฬาเป็นการรับชมเพื่อความบันเทิง
ดื่มด่ำไปกับโมเมนต์ ณ ตอนนั้น ไม่ว่าทีมที่ชอบจะชนะหรือแพ้


Source

https://www.nbcnews.com/ 

Related Articles

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคงสู่ความสำเร็จ ตอนเด็กๆ หลายคนคงเคยได้ยินนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่ากันใช่ไหมคะ ถึงเต่าจะเชื่องช้า แต่เขาไม่เคยหยุดเดิน จนเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ เช่นเดียวกับ “Turtle Theory” ในมุมที่เราจะสื่อถึงอาจไม่ใช่ทฤษฎีทางจิตวิทยาโดยตรง แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้ค้นพบความหมายของชีวิต นั่นคือ การลองก้าวเดินอย่างช้าๆ ชะลอชีวิต ไม่ต้องไปโฟกัสว่าใครจะเดินเร็วกว่าเรา ซึ่งเป็นการลดความเครียดและปกป้องหัวใจของตัวเอง 

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ  แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราชอบลืมของบ่อยๆ เดียวลืมกระเป๋าสตางค์ เดี๋ยวลืมกุญแจรถ เดี๋ยวลืมแว่น หรือบางคนลืม Notebook ไว้ที่บ้านแล้วตัวเองมาทำงาน เพราะอะไรกันนะเราถึงได้ลืมของที่เราจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน  สำนักข่าว Times of India ได้ลงผลสำรวจที่มีชื่อว่า Average person forgets

Mom and kids… ทำไมแม่ถึงต้องคิดไปไกลเสมอ

แม่คิดเยอะเกินหรือกังวลมากไปรึเปล่า? ความรักของแม่ เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่เสมอ นั่นทำให้แม่อาจจะคิดไปไกลมากกว่าคนอื่นๆ หลายคนอาจจะพูดว่าแม่คิดมาก แต่แท้จริงแล้วแม่แค่คิดไปเผื่อวันข้างหน้า เพื่อให้ลูกเติบโตมาอย่างดีที่สุด จึงคิดไปไกลตั้งแต่อยู่ในท้องไม่ว่าจะเป็นลูกถนัดทางด้านไหน จะเรียนที่ไหน หรือเติบโตในสภาพแวดล้อมอย่างไรและอีกมากมาย การคิดมากของแม่เกิดจากกระบวนการในสมอง เพราะสมองถูกออกแบบมาให้คาดการณ์อนาคต โดยจำข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตร่วมกับปัจจุบัน เตรียมร่างกายเพื่อระวังภัยในอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับลูกได้ เพื่อให้ลูกปลอดภัย เช่น แม่คิดว่าลูกจะหกล้ม ก็จะเอามือไปจับก่อนที่เหตุจะเกิดนั่นเองค่ะ  อย่างไรก็ตาม เราต้องเข้าใจว่าเราไม่อาจควบคุมทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้